Page 54 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 54

ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2563)  53



                        มาตรา 175 เมื่อโจทก์สืบพยานเสร็จแล้ว ถ้าเห็นสมควร ศาลมีอ�านาจเรียกส�านวน
                  การสอบสวนจากพนักงานอัยการมาเพื่อประกอบการวินิจฉัยได้
                        ใน “หลักฟังควำมทุกฝ่ำย” ของกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำเป็นหลักที่เปิดโอกำสให้

                  ผู้ถูกกล่ำวหำที่จะต่อสู้แก้ข้อกล่ำวหำได้ ผู้ถูกกล่ำวหำมีสิทธิที่จะโต้แย้งคัดค้ำนได้ เป็นสิทธิหนึ่งที่ผู้ถูกกล่ำวหำ
                                                                                                 18
                  ในอันที่จะสำมำรถใช้ต่อสู้คดีได้ หลักกำรที่ส�ำคัญคือผู้ถูกกล่ำวหำต้องรู้ว่ำเขำถูกกล่ำวหำว่ำอย่ำงไร
                  เพื่อควำมยุติธรรมต่อเขำในกำรที่จะได้มีโอกำสต่อสู้แก้ข้อกล่ำวหำได้อย่ำงเต็มที่ ศำลต้องแจ้งข้อกล่ำว
                  หำให้จ�ำเลยทรำบ

                        มาตรา 172 การพิจารณาและสืบพยานในศาล ให้ท�าโดยเปิดเผยต่อหน้าจ�าเลย เว้นแต่
                  บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
                        เมื่อโจทก์หรือทนายโจทก์และจ�าเลยมาอยู่ต่อหน้าศาลแล้ว และศาลเชื่อว่าเป็นจ�าเลยจริง
                  ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้จ�าเลยฟัง และถามว่าได้กระท�าผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้าง

                  ค�าให้การของจ�าเลยให้จดไว้ ถ้าจ�าเลยไม่ยอมให้การ ก็ให้ศาลจดรายงานไว้และด�าเนินการพิจารณาต่อไป
                        ตำมมำตรำ  172  วรรคหนึ่ง  เป็นสิทธิในทำงกระท�ำที่ส�ำคัญที่เป็นหลักประกันในกำรต่อสู้คดี
                  เป็นกำรกำรด�ำเนินคดีตำม “หลักวำจำ”  หมำยถึง กำรด�ำเนินกำรทุกอย่ำงจะต้องกระท�ำด้วยวำจำ
                  จึงจะสำมำรถน�ำมำประกอบกำรพิจำรณำพิพำกษำได้ กำรให้กำรเป็นหนังสือก็ต้องสอบวำจำกันอีกครั้ง

                  กล่ำวคือ ทุกอย่ำงต้องตรวจสอบด้วยวำจำก่อนเปิดโอกำสให้มีกำรอธิบำย เพื่อให้มีควำมเข้ำใจใน
                  ทุกกรณีซึ่งจะท�ำให้อ�ำนวยควำมยุติธรรมได้ดี หำกขำดควำมเข้ำใจก็ไม่สำมำรถอ�ำนวยควำมยุติธรรมที่ดีได้
                  ซึ่งเป็นกำรคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐำนในทำงคดีอีกประกำรหนึ่ง
                        กำรสืบพยำนในคดีต้องเป็นไปตำม “หลักพยำนโดยตรง” หลักพยำนโดยตรงมีหลักอยู่ 2 ประกำร คือ

                        1) กำรสืบพยำนเป็นหน้ำที่ของศำล และ
                        2) ศำลต้องวินิจฉัยตำมเหตุผลที่ได้จำกกำรสืบพยำน
                        กำรสืบพยำนเป็นหน้ำที่ของศำลตำมมำตรำ 229 ศำลเป็นผู้สืบพยำน จะสืบในศำลหรือนอก
                  ศำลก็ได้แล้วแต่เห็นควรตำมลักษณะของพยำน และศำลต้องวินิจฉัยตำมเหตุผลที่ได้จำกกำรสืบพยำน

                  จะใช้บันทึกที่จดไว้แทนกำรมำเบิกควำมไม่ได้ กรณีพยำนที่เป็นผู้เชี่ยวชำญก็ต้องมำให้กำรต่อศำล 19
                        กำรสืบพยำนต้องกระท�ำโดยเปิดเผย หมำยควำมว่ำ ประชำชนทุกคนมีสิทธิเข้ำฟังกำรพิจำรณำ
                  และสืบพยำนในศำลได้ อันเป็นไปตำมหลักนิติรัฐที่แสดงถึงควำมเป็นประชำธิปไตย ตำมมำตรำ 172
                  วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติวำงหลักกำรพิจำรณำคดีต้องกระท�ำโดยเปิดเผย














                        18  ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำมำตรำ 134 วรรคหนึ่ง.
                        19  ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 243.
   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59