Page 55 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 55

54           วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน



                       มาตรา 172 การพิจารณาและสืบพยานในศาล ให้กระท�าโดยเปิดเผยต่อหน้าจ�าเลย เว้นแต่
                 บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
                       ส�ำหรับกำรพิจำรณำลับ กรณีกำรพิจำรณำลับจะกระท�ำได้ภำยในกรอบที่จ�ำกัดเท่ำนั้น 20

                       หลักส�ำคัญของศำลในเรื่องพยำนหลักฐำน คือ “หลักควำมเป็นอิสระในกำรชั่งน�้ำหนักพยำน
                 หลักฐำน” กล่ำวคือ หน้ำที่ในกำรชั่งน�้ำหนักพยำนหลักฐำนเป็นหน้ำที่ของศำล ตำมบทบัญญัติของ
                 กฎหมำยเกี่ยวกับควำมเป็นอิสระในกำรชั่งน�้ำหนักพยำนหลักฐำน คือ มำตรำ 227 วรรคแรก
                       มาตรา 227 ให้ศาลใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน�้าหนักพยานหลักฐานทั้งปวง อย่าพิพากษา

                 ลงโทษจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระท�าผิดจริงและจ�าเลยเป็นผู้กระท�าความผิดนั้น
                       กำรชั่งน�้ำหนักพยำนหลักฐำนเป็นเรื่องของศำลโดยเฉพำะ ในกำรชั่งน�้ำหนักพยำนหลักฐำน
                 ไม่มีหลักเกณฑ์ผูกมัดศำล แม้ค�ำพยำนผู้เชี่ยวชำญก็ต้องมีกำรชั่งน�้ำหนัก
                       นอกจำกนั้น ในกำรพิจำรณำพิพำกษำคดี หลักส�ำคัญในเรื่องพยำนหลักฐำนที่ส�ำคัญอีกหลักหนึ่ง

                 คือ “หลักยกประโยชน์แห่งควำมสงสัย” (in dubio pro reo) กล่ำวคือ ในกรณีใดก็ตำมที่ยังมี
                 ควำมสงสัยจำกพยำนหลักฐำนตำมควรในข้อเท็จจริงในคดี กรณีนั้นต้องยกประโยชน์แห่งควำมสงสัยให้
                 เป็นผลดีกับผู้ถูกกล่ำวหำหรือจ�ำเลย บทบัญญัติของกฎหมำยเกี่ยวกับหลักนี้ คือ มำตรำ 227 วรรคสอง
                       มาตรา 227 วรรคสอง เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าจ�าเลยได้กระท�าผิดหรือไม่

                 ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จ�าเลย
                       มำตรำนี้เป็นไปตำมหลักรัฐธรรมนูญที่ว่ำ “ในคดีอำญำต้องสันนิษฐำนไว้ก่อนว่ำผู้ต้องหำและจ�ำเลย
                 ไม่มีควำมผิด” อันเป็นหลักนิติรัฐที่ส�ำคัญที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้กับจ�ำเลย หลักยกประโยชน์
                 แห่งควำมสงสัยใช้เฉพำะควำมสงสัยในข้อเท็จจริงเท่ำนั้น

                       ตัวอย่าง คดีอำญำต้องมีพยำนหลักฐำนมำสืบให้ปรำศจำกสงสัย แต่ในคดีแพ่งศำลต้องดูพยำน
                 หลักฐำนทุก ๆ ฝ่ำยแล้วพิจำรณำว่ำ พยำนหลักฐำนทั้งหมดนั้นเจือสมหนักไปฝ่ำยใด แม้ว่ำไม่ถึงกับ
                                                             21
                 ปรำศจำกข้อสงสัย ศำลก็ยังชี้ขำดให้ฝ่ำยนั้นชนะคดีได้  ดังนี้ หลักในกำรฟังข้อเท็จจริงในคดีอำญำ
                 แตกต่ำงจำกหลักกำรฟังข้อเท็จจริงในคดีแพ่ง

                       กอปรกับตำมมำตรำ 186 (6) แสดงให้เห็นชัดว่ำกำรพิพำกษำตัดสินคดีต้องยืนอยู่บนพื้นฐำน
                 ของหลักยกประโยชน์แห่งควำมสงสัยให้เป็นผลดีกับผู้ถูกกล่ำวหำหรือจ�ำเลย ค�ำพิพำกษำหรือค�ำสั่งต้อง
                 มีเหตุผลในกำรตัดสินทั้งในปัญหำข้อเท็จจริงและข้อกฎหมำย
                       มาตรา 186 ค�าพิพากษาหรือค�าสั่ง ต้องมีข้อส�าคัญเหล่านี้เป็นอย่างน้อย

                       (6) เหตุผลในการตัดสินทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
                       ตำมมำตรำ186 (6) ศำลต้องให้เหตุผลในกำรตัดสินทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมำย กำรไม่ให้เหตุผล
                 ในกำรตัดสินคดีเป็นกำรกระท�ำที่ขัดต่อควำมเป็นอิสระของผู้พิพำกษำ เพรำะเป็นกำรกระท�ำที่ไม่เปิด


                       20  ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 177.
                       21  ค�ำพิพำกษำศำลฎีกำที่ 899/2487
   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59   60