Page 45 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 45

44           วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน



                       ตำมแผนภำพข้ำงต้น หลักนิติธรรมหรือนิติรัฐ เป็นหลักกำรสูงสุดที่แผ่ลงมำสู่กำรตรวจสอบ
                 ค้นหำควำมจริง (Examination Principle) อันเป็นหัวใจของกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำในกำร
                 แสวงหำพยำนหลักฐำนตำมควำมเป็นจริงอย่ำงตรงไปตรงมำ โดยปรำศจำกกำรแทรกแซงปรุงแต่ง

                 หรือบิดเบือนข้อเท็จจริงใด ๆ ทั้งสิ้น และท�ำกำรรวบรวมพยำนหลักฐำนได้อย่ำงครบถ้วนส�ำนวนควำม
                 เพื่อส่งผ่ำนไปยังชั้นของกำรพิจำรณำพิพำกษำคดี เพื่อศำลจะได้ท�ำกำรชั่งน�้ำหนักพยำนหลักฐำนและ
                 มีค�ำพิพำกษำในควำมผิดหรือบริสุทธิ์ในคดีนั้น และสำมำรถที่จะพิพำกษำลงโทษได้อย่ำงเหมำะสมกับ
                 บุคคลและเป็นไปตำมหลัก “กำรลงโทษที่ได้สัดส่วน” อย่ำงแท้จริง

                       เพื่อเป็นหลักประกันตำมหลักสิทธิมนุษยชนในกำรใช้อ�ำนำจรัฐต่อประชำชน ประชำชนต้อง
                 ได้รับกำรปฏิบัติอย่ำงเป็นธรรมในคดีจึงจะบรรลุผลสัมฤทธิ์ของหลักนิติธรรม จำกควำมคิดและกำรปฏิบัติ
                 งำนที่มักกล่ำวว่ำกำรน�ำคนเข้ำสู่กระบวนกำรยุติธรรมทำงอำญำแล้วจะได้รับควำมเป็นธรรม กำรคิด
                 และด�ำเนินกำรแค่นั้นยังไม่ถูกต้อง ในควำมเป็นจริงยังจะต้องมีระบบและกลไกทำงกฎหมำยที่ท�ำให้มี

                 กำรพิจำรณำคดีที่ “เป็นธรรม” (Fair Trial) อีกด้วย ในทุกขั้นตอนของกำรด�ำเนินคดีอำญำเพื่อให้เกิด
                 กำรตรวจสอบพิเครำะห์และชั่งน�้ำหนักพยำนหลักฐำนทุกชนิดที่เข้ำในคดีได้อย่ำงตรงไปตรงมำตำม
                 ข้อเท็จจริงของพยำนหลักฐำนที่ให้ผลในทำงพิสูจน์ควำมผิดและควำมบริสุทธิ์และต้องมีกำรพิจำรณำคดี
                          4
                 จนสิ้นสงสัย  จริง ๆ ก่อนกำรพิพำกษำคดี เพื่อให้สำมำรถเข้ำถึงควำม “เที่ยงธรรม” อย่ำงแท้จริง
                 อันเป็นเป้ำหมำยสุดท้ำยของคดีอำญำ ปรำกฏตำมแผนภำพ ดังนี้


                                                                    ยุติธรรม














                                           เที่ยงธรรม              เปšนธรรม


                       กำรได้มำซึ่ง “ควำมเที่ยงธรรม” ในแต่ละคดี คือ กระบวนกำรเกี่ยวกับพยำนหลักฐำนสำมำรถ

                 แยกผิดชอบชั่วดีได้อย่ำงมีเหตุผลตำมพยำนหลักฐำนอย่ำงสมบูรณ์และก�ำหนดโทษได้อย่ำงเหมำะสม
                 เป็นสัดส่วนของแต่ละบุคคล อันยังให้เกิดกำรคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่ำงแท้จริง แต่ถ้ำกรณีเป็นพยำน
                 เท็จและกระบวนกำรก็ไม่เป็นธรรมด้วย ควำมเที่ยงธรรมก็ล้มเหลวกับทั้งยังท�ำลำยกำรคุ้มครอง
                 สิทธิมนุษยชนในคดีอำญำให้สิ้นไปด้วย



                       4  ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 227 ให้ศำลใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน�้ำหนักพยำนหลักฐำนทั้งปวง
                 อย่ำพิพำกษำลงโทษจนกว่ำจะแน่ใจว่ำมีกำรกระท�ำผิดจริงและจ�ำเลยเป็นผู้กระท�ำควำมผิดนั้น
   40   41   42   43   44   45   46   47   48   49   50