Page 28 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 28

ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2563)  27



                  ผู้กระท�ำควำมผิดเป็นบุคคลที่ไม่ใช่เจ้ำพนักงำนของรัฐ แต่ศำลหรือองค์กรที่ตัดสินเห็นว่ำ เจ้ำพนักงำน
                  ของรัฐ “รู้เห็นเป็นใจ” โดยคดีแรกและคดีที่สองเนื่องด้วยกำรกระท�ำไม่ได้ก่อให้เกิดกำรเจ็บปวดหรือ
                  ทุกข์ทรมำนอย่ำงร้ำยแรง กำรกระท�ำดังกล่ำวจึงเป็นแค่กำรกระท�ำที่โหดร้ำย ไร้มนุษยธรรม หรือย�่ำยี

                  ศักดิ์ศรี แต่ไม่ถึงขั้นเป็นกำรทรมำน แต่คดีที่สำมเนื่องจำกกำรกระท�ำก่อให้เกิดผลร้ำยแรง ศำลจึงตัดสิน
                  ว่ำรัฐนั้นกระท�ำกำรทรมำน
                                                                                      74
                                3.1) คดี Hajrizi Dzemajl et al. v. Serbia and Montenegro  คดีนี้เป็นกำร
                  พิจำรณำโดยคณะกรรมกำรต่อต้ำนกำรทรมำน ซึ่งเป็นองค์กรตำม UNCAT (treaty body) ที่นอกจำก

                  มีอ�ำนำจพิจำรณำรำยงำนประเทศของรัฐภำคีทุก ๆ สี่ปีแล้ว คณะกรรมกำรต่อต้ำนกำรทรมำนยัง
                  สำมำรถรับข้อร้องเรียนและพิจำรณำข้อเท็จจริงตำมข้อร้องเรียน หำกรัฐที่เกี่ยวข้องยอมรับอ�ำนำจ
                  ดังกล่ำวของคณะกรรมกำรฯ
                                ข้อเท็จจริงในคดี คือ ในขณะที่ประเทศเซอร์เบียและมอนเตเนโกรยังเป็นส่วนหนึ่ง

                  ของประเทศยูโกสลำเวียนั้น มีผู้เยำว์ชำยสัญชำติยูโกสวำเวียเชื้อสำยโรมำนิ (หรือเรียกว่ำยิปซี) สองคน
                  ไปข่มขืนเด็กหญิงเชื้อสำยมอนเตเนโกร หลังจำกได้รับแจ้งควำม ต�ำรวจได้บุกเข้ำชุมชนชำวเชื้อสำย
                  โรมำนิในเวลำเที่ยงคืนและกวำดจับเด็กผู้ชำยทุกคนที่อยู่ในชุมชนดังกล่ำว ในช่วงเวลำไล่เลี่ยกันหลังจำก
                  ต�ำรวจกลับไป ชำวมอนเตเนโกรกว่ำสองร้อยคนไปล้อมสถำนีต�ำรวจและเรียกร้องให้สภำท้องถิ่นขับไล่

                  ชำวโรมำนิออกไปจำกเมือง และตะโกนว่ำจะเผำบ้ำนและไล่ฆ่ำชำวโรมำนิที่ยังอยู่ในเมือง ประมำณสี่
                  นำฬิกำมีผู้ต้องหำสองคนยอมรับสำรภำพ ต�ำรวจจึงปล่อยตัวผู้ชำยคนอื่นที่ถูกจับตัวมำ โดยก่อนที่จะมี
                  กำรปล่อยตัวต�ำรวจเตือนให้คนที่ถูกจับให้รีบพำครอบครัวออกจำกเมืองไป เพรำะอำจถูกรุมท�ำร้ำยจำก
                  ชำวมอนเตเนโกรได้ นอกจำกนั้น ต�ำรวจยังเดินทำงไปบอกชำวโรมำนิถึงชุมชนว่ำให้รีบอพยพออกจำก

                  เมืองไปในทันที  ซึ่งกำรประกำศดังกล่ำวก่อให้เกิดควำมตระหนกและชำวโรมำนิเกือบทั้งหมดก็หนีออก
                  นอกเมืองไปทันที เหลือคนอยู่เฝ้ำชุมชนเพียงไม่กี่คน 75
                                ในเวลำประมำณห้ำนำฬิกำ ต�ำรวจเดินทำงมำเตือนให้ชำวโรมำนิอพยพออกจำก
                  เมืองไปให้หมด  เพรำะไม่มีใครสำมำรถปกป้องชำวโรมำนิได้อีกต่อไป  ต่อมำในเวลำแปดนำฬิกำ

                  ชำวมอนเตเนโกรก็เข้ำมำในชุมชนขว้ำงปำหิน ทุบท�ำลำยหน้ำต่ำง และท�ำให้ชำวโรมำนิที่ยังเหลืออยู่ต้องมำ
                  รวมตัวกันอยู่ในบ้ำนหลังหนึ่งและแอบหนีออกไป หลังจำกนั้นเวลำสำมนำฬิกำของวันถัดไป ชำวมอนเตเนโกร
                  มำรวมตัวกันหลำยร้อยคนและท�ำลำย เผำบ้ำนและชุมชนชำวโรมำนิจนเหลือแต่ซำก ทั้งที่ต�ำรวจ
                  ก็ลำดตระเวนและยืนดูสถำนกำรณ์อยู่ แต่ไม่สำมำรถท�ำอะไรได้นอกจำกเลื่อนรถของตัวเองให้ปลอดภัย

                  แจ้งผู้บังคับบัญชำ และพยำยำมท�ำให้ชำวมอนเตเนโกรบำงคนใจเย็นและรอสภำท้องถิ่นตัดสินใจ 76


                        74  CAT/C/29/D/161/2000 < http://www.univie.ac.at/bimtor/dateien/cat_2002_dzemajl_vs_serbia.
                  pdf > last accessed 28 June 2020.
                        75  Ibid para 2.
                        76  Ibid.
   23   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33