Page 22 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 22

ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2563)  21



                  กฎหมำยไทยถ้ำตีควำมตำมแนวทำงเดิมก็ย่อมจะแคบกว่ำกฎหมำยของสหรัฐอเมริกำ และกำรตีควำม
                  ของศำลสิทธิมนุษยชนระหว่ำงประเทศ
                                อย่ำงไรก็ตำม แนวกำรตีควำมของศำลและค�ำอธิบำยทำงต�ำรำถึงควำมหมำยของ

                  “จิตใจ” ตำมประมวลกฎหมำยอำญำดังกล่ำวซึ่งได้รับกำรยอมรับในวงกำรกฎหมำยมำอย่ำงยำวนำน
                  ก็อำจเปิดให้มีกำรตีควำมใหม่ได้ โดยในคดีอนำจำรซึ่งจ�ำเลยแอบถ่ำยวิดีโอใต้กระโปรงผู้เสียหำยโดย
                  ไม่ได้รับควำมยินยอมนั้น ศำลฎีกำเห็นว่ำกำรกระท�ำดังกล่ำว ท�ำให้ผู้เสียหำยต้องรู้สึกสะเทือนใจอับอำย
                                                                     33
                  ขำยหน้ำ “จึงถือว่ำเป็นกำรประทุษร้ำยแก่จิตใจ” ของผู้เสียหำยแล้ว  แนวควำมคิดที่ปรำกฏในค�ำพิพำกษำ
                  นี้ในส่วนของควำมหมำยของค�ำว่ำ “จิตใจ” สอดคล้องกับขอบเขตของค�ำว่ำ “จิตใจ” ตำม UNCAT นี้
                  มำกกว่ำ ดังนั้น ถึงแม้ว่ำค�ำพิพำกษำนี้แม้จะถูกวิพำกษ์วิจำรณ์ถึงควำมถูกต้องในกำรตีควำมกฎหมำย
                                  34
                  และนิติวิธีอย่ำงมำก  แต่ก็อำจแสดงให้เห็นแนวโน้มกำรเปลี่ยนแปลงขอบเขตควำมหมำยของค�ำว่ำ
                  “จิตใจ” ตำมประมวลกฎหมำยอำญำไปในทิศทำงที่สอดคล้องกับ UNCAT

                              2) เป็นการบาดเจ็บอย่างรุนแรง
                                               35
                                เกณฑ์ที่ส�ำคัญที่สุด ที่แยกระหว่ำงกำรทรมำนกับ CIDT ก็คือกำรทรมำนต้องเป็นกำร
                  กระท�ำที่ก่อให้เกิดกำรบำดเจ็บ “อย่ำงรุนแรง” เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปแม้แต่ก่อนที่จะมี UNCAT ว่ำ
                  กำรกระท�ำที่เพียงแต่เป็นกำรละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือกำรท�ำร้ำยร่ำงกำยหรือจิตใจที่ไม่ถึงขั้นเป็นกำร

                  บำดเจ็บที่รุนแรงจะไม่เป็นกำรทรมำน  โดยแนวควำมคิดดังกล่ำวปรำกฏชัดในร่ำงฉบับแรกของ UNCAT
                                               36
                  โดยข้อบทที่ 1 (2)  ของร่ำงฉบับดังกล่ำวก�ำหนดว่ำกำรทรมำนคือรูปแบบฉกรรจ์และจงใจของกำรกระท�ำ
                  ที่เป็นกำรโหดร้ำย ไร้มนุษยธรรมหรือย�่ำยีศักดิ์ศรี (“…aggravated and deliberate form of cruel,
                  inhuman or degrading treatment or punishment”)  อีกทั้งข้อบทที่ 16 ของ UNCAT
                                                                     37
                  ในปัจจุบันก็ระบุว่ำ “ให้รัฐภำคีแต่่ละรัฐรับที่จะป้องกันมิให้มีกำรกระท�ำอื่นที่โหดร้ำยไร้มนุษยธรรม หรือ
                  กำรประติบัติ หรือกำรลงโทษที่ย�่ำยีศักดิ์ศรีที่ไม่ถึงกับเป็นกำรทรมำน..” (ค�ำเน้นของผู้เขียน) ซึ่งแสดง
                  ให้เห็นชัดว่ำกำรกระท�ำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เป็นกำรกระท�ำต่อเนื้อตัวร่ำงกำยหรือจิตใจนั้น
                  แบ่งออกได้เป็นอย่ำงน้อยสองระดับ คือ ระดับที่เป็นกำรทรมำนและระดับที่ไม่ถึงขั้นเป็นกำรทรมำน

                  โดยเกณฑ์ที่ใช้แบ่งระหว่ำงสองระดับนี้คือระดับควำมรุนแรงของกำรบำดเจ็บ (the threshold of severity)
                                ซึ่งเกณฑ์ดังกล่ำวเป็นเกณฑ์ที่มีควำมส�ำคัญอย่ำงยิ่ง เนื่องด้วยตำม UNCAT
                  หน้ำที่ของรัฐภำคีส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดจะเป็นเรื่องข้อห้ำมต่อกำรทรมำน  เช่น  กำรต้องท�ำให้เป็น



                        33  ค�ำพิพำกษำศำลฎีกำที่ 12983/2558.
                        34  รณกรณ์ บุญมี, “กำรแอบมองหรือกำรแอบถ่ำยภำพในทำงเพศกับกฎหมำยอำญำ” (2560) รพี 2560 คณะนิติศำสตร์
                  มหำวิทยำลัย ธรรมศำสตร์, 22.
                        35  คู่กับเกณฑ์เรื่องเจตนำพิเศษ Cf Nowak
                        36  The Greek Case Applications no 3321/67, 3322/67, 3323/67, 3344/67 <https://hudoc.echr.coe.int/app/
                  conversion/pdf /?library=ECHR&id=001-73020&filename=001-73020.pdf >; Ireland v. United Kingdom Application
                  no 5310/71 [1978] ECHR 1 < http://www.bailii.org/eu/cases/ECHR/1978/1.html > last accessed 26 June 2020.
                        37  Letter dated 78/01/18 from the Permanent Representative of Sweden to the United Nations Office at
                  Geneva addressed to the Division of Human Rights, E/CN.4/1285 < http://hr-travaux.law.virginia.edu/document/catcidtp/
                  ecn41285/nid-593 > last accessed 27 June 2020.< http://www.bailii.org/eu/cases/ECHR/1978/1.html > last accessed 26 June 2020.
   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26   27