Page 135 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 135

134          วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน



                 บุคคล  เพื่อรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของอ�านาจตุลาการ  กฎหมายอาญาปัจจุบันก็มีบทบัญญัติที่
                 ครอบคลุมทุกเรื่องแล้วการลงโทษจ�าคุกฐานละเมิดอ�านาจศาลในกรณีนี้จึงไม่น่าจะเป็นสิ่งจ�าเป็น ดังนั้น
                 จึงเหลือแต่การกระท�าที่เป็นการขัดขวางการพิจารณาในศาล ซึ่งศาลน่าจะมีอ�านาจที่จะด�าเนินการกับผู้ละเมิด

                 อ�านาจศาลดังกล่าวด้วยวิธีการไล่บุคคลผู้ก่อความไม่สงบออกจากศาลโดยต�ารวจศาลหรือเจ้าหน้าที่ศาล
                 รวมทั้งอาจจ�ากัดเสรีภาพของบุคคลดังกล่าว  เช่น  น�าไปกักขังไว้เพื่อส่งตัวให้พนักงานสอบสวนด�าเนิน
                 คดีอาญาตามปกติต่อไป เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยและท�าให้การพิจารณาพิพากษาคดีด�าเนินการ
                 ต่อไปได้ ส่วนการลงโทษผู้ละเมิดอ�านาจศาลด้วยโทษจ�าคุกและปรับจึงไม่น่าจะมีความจ�าเป็นอีกต่อไป

                        อย่างไรก็ดี หากพิจารณาว่าการลงโทษผู้กระท�าการละเมิดอ�านาจศาลที่เป็นความผิดอาญาอยู่แล้ว
                 จะด�าเนินการได้อย่างล่าช้าเพราะต้องไปแจ้งพนักงานสอบสวน ส่งให้พนักงานอัยการฟ้องคดีดังคดีอาญา
                 สามัญทั่วไป ปัญหาดังกล่าวในหลายประเทศได้ใช้วิธีพิจารณาคดีอาญาอย่างรวดเร็ว โดยการให้ผู้พิพากษา
                 ที่พบการกระท�าละเมิดอ�านาจศาลแจ้งให้พนักงานอัยการสั่งฟ้องผู้ละเมิดอ�านาจศาลเป็นคดีอาญาต่อศาล

                 อีกองค์คณะหนึ่ง ท�าให้กระบวนการพิจารณาคดีอาญารวดเร็วขึ้น และไม่สูญเสียมาตรฐานการคุ้มครอง
                 สิทธิมนุษยชนในคดีอาญา
                        4.2 หลักความชอบด้วยกฎหมายอาญากับการละเมิดอ�านาจศาล
                        4.2.1 หลักความชอบด้วยกฎหมายอาญาตามหลักสิทธิมนุษยชน

                        ตามข้อ 15 ของ ICCPR รับรองหลักไม่มีความผิดถ้าไม่มีกฎหมายก�าหนด (Nullum crimen
                 sine lege) เป็นหลักประกันในทางกฎหมายอาญา มีความมุ่งหมายว่าบุคคลจะได้รับการลงโทษทางอาญา
                 ต่อเมื่อมีบทบัญญัติทางอาญาที่เฉพาะและมีความชัดเจน  หลักการในเรื่องนี้สะท้อนถึงอ�านาจเด็ดขาดของ
                 การออกกฎหมายเพื่อก�าหนดความผิดและการก�าหนดโทษโดยฝ่ายนิติบัญญัติ เนื่องจากโทษอาญามีผลกระทบ

                 กระเทือนต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ และทรัพย์สินของประชาชน
                        การศึกษาความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลในต่างประเทศพบว่า ความผิดฐานดังกล่าวกลุ่มประเทศ
                 ที่ใช้กฎหมายในระบบ Civil Law มีความสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องความชอบด้วยกฎหมายอาญา กล่าวคือ
                 หลักความรับผิดของบุคคลต้องมีความชัดเจนและแน่นอน โดยต้องมีการตราโดยองค์กรที่มีอ�านาจหน้าที่

                 โดยตรง หน่วยงานที่เป็นผู้ใช้จะขยายความหรือเขียนในลักษณะคลุมเครือไม่ได้ ในขณะที่กลุ่มประเทศที่ใช้
                 กฎหมายในระบบ Common Law แม้จุดเริ่มต้นของการมีฐานความผิดเรื่องละเมิดอ�านาจศาลจะเป็นการ
                 ให้อ�านาจผู้พิพากษาในการใช้ดุลยพินิจก�าหนดลักษณะการกระท�าความผิด  แต่ในปัจจุบันหลายประเทศ
                 ได้มีแนวโน้มในการก�าหนดลักษณะการกระท�าผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลในรูปของกฎหมายที่ตราโดย

                 ฝ่ายนิติบัญญัติมากขึ้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อประชาชนทั่วไป
                        4.2.2 หลักความชอบด้วยกฎหมายอาญากับการละเมิดอ�านาจศาลในประเทศไทย
                        รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 29 ได้บัญญัติรับรองว่า “บุคคล
                 ไม่ต้องรับโทษอาญา  เว้นแต่ได้กระท�าการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระท�านั้นบัญญัติเป็นความผิดและ

                 ก�าหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระท�าผิด
                 มิได้...”  จากบทบัญญัติข้างต้นแสดงให้เห็นว่าการลงโทษบุคคล  โดยเฉพาะโทษทางอาญาต้องมีการ
                 ก�าหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบล่วงหน้าว่า  ความประพฤติใดที่สามารถท�าได้หรือ
   130   131   132   133   134   135   136   137   138   139   140