Page 131 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 131

130          วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน



                 พยานหลักฐานของบุคคลดังกล่าวอีกต่อไปไม่ได้  ศาลจะต้องพิจารณาคดีความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาล
                 ดังเช่นคดีอาญาทั่วไป โดยจะต้องมีการรับฟังพยานหลักฐานที่ผู้กระท�าผิดน�าเสนอ และผู้พิพากษาที่ชี้ขาด
                 ตัดสินคดีละเมิดอ�านาจศาลจะต้องเป็นคนละองค์คณะกับผู้พิพากษาที่พิจารณาพิพากษาคดีเดิมอันเป็น

                 มูลเหตุให้เกิดการละเมิดอ�านาจศาลขึ้น
                        (2) การกระท�าละเมิดอ�านาจศาลบางกรณีอาจเป็นการกระท�าความผิดตามประมวลกฎหมาย
                 อาญาด้วย แต่เนื่องจากกฎหมายไทยถือว่าการลงโทษในความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลไม่ใช่โทษตาม
                 กฎหมายอาญา แต่เป็นมาตรการพิเศษ ผู้ถูกกล่าวหาในความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลจึงอาจถูกลงโทษตาม

                 ประมวลกฎหมายอาญาได้อีก  ซึ่งโทษดังกล่าวอาจขัดต่อหลักการไม่ถูกด�าเนินคดีหลายครั้ง  (Non  bis  in
                 idem) ดังนั้น เมื่อมีการลงโทษจ�าคุกส�าหรับความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลแล้วก็ควรหักออกจากจ�านวนวัน
                 ในโทษจ�าคุกที่ได้รับตามประมวลกฎหมายอาญา หากความผิดทางอาญาครั้งเดียวนั้นเป็นความผิดอาญาอีก
                 ฐานหนึ่ง

                        ด้วยเหตุผลความจ�าเป็นข้างต้น  จึงเป็นที่มาของการศึกษา  เรื่อง  “หลักการคุ้มครองสิทธิและ
                 เสรีภาพของบุคคลในกรณีความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาล” เพื่อพัฒนาหลักการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
                 ของบุคคลในเรื่องดังกล่าวทั้งเชิงนโยบายและในการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง




                                                        2

                                กฎหมายว่าด้วยความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลในประเทศไทย



                        ความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลในประเทศไทยมีกฎหมายหลักที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ ได้แก่ ประมวล
                 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
                 พ.ศ.  2542  ซึ่งมีแนวปฏิบัติและบทลงโทษแตกต่างกัน  กล่าวคือ  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
                 ก�าหนดให้ผู้พิพากษาที่พบการกระท�าผิดสามารถด�าเนินการลงโทษผู้กระท�าการละเมิดอ�านาจศาลได้เลย

                 ซึ่งโทษดังกล่าวรวมถึงโทษปรับและโทษจ�าคุก ในขณะที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี
                 ปกครอง พ.ศ. 2542 ก�าหนดให้ในกรณีที่ลงโทษบุคคลผู้กระท�าผิดด้วยโทษปรับหรือจ�าคุก ต้องเปลี่ยน
                 องค์คณะที่พิจารณา ส่วนอัตราโทษนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งก�าหนดอัตราโทษจ�าคุก
                 ไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจ�าทั้งปรับ ในขณะที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ

                 วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ก�าหนดอัตราโทษจ�าคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท
                 หรือทั้งจ�าทั้งปรับ
                        นอกจากนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีความเห็นที่ 444/2528 ว่า ความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาล
                 เป็นเพียงการกระท�าละเมิดต่ออ�านาจศาลและหน้าที่ของศาลในกระบวนพิจารณาและรักษาความสงบ

                 เรียบร้อยในบริเวณศาล  อันเป็นมาตรการตามวิธีสบัญญัติเท่านั้น  และการด�าเนินกระบวนพิจารณา
                 และการรักษาความเรียบร้อยในบริเวณศาลไม่ว่าจะเป็นการด�าเนินกระบวนพิจารณาในคดีแพ่งหรือ
                 คดีอาญาหรือการรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลในคดีแพ่งหรือคดีอาญา ก็มิใช่เป็นความผิด
                 ในทางอาญาแต่อย่างใด ฉะนั้น การกระท�าละเมิดอ�านาจศาลจึงมิใช่ความผิดอาญา
   126   127   128   129   130   131   132   133   134   135   136