Page 136 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 136
ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2563) 135
ความประพฤติลักษณะใดที่หากกระท�าแล้วจะมีผลร้ายต่อผู้กระท�า ซึ่งสอดคล้องตามหลักความชอบด้วย
กฎหมายอาญา
อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาหลักความชอบด้วยกฎหมายอาญากับการละเมิดอ�านาจศาลใน
ประเทศไทย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 บัญญัติว่า “ให้ศาลมีอ�านาจออก
ข้อก�าหนดใด ๆ แก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือแก่บุคคลภายนอกที่อยู่ต่อหน้าศาลตามที่เห็นจ�าเป็น เพื่อรักษา
ความเรียบร้อยในบริเวณศาล และเพื่อให้กระบวนพิจารณาด�าเนินไปตามเที่ยงธรรมและรวดเร็ว อ�านาจ
เช่นว่านี้ ให้รวมถึงการสั่ง ห้ามคู่ความมิให้ด�าเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความร�าคาญหรือในทางประวิงให้
ชักช้าหรือในทางฟุ่มเฟือยเกินสมควร” และมาตรา 31 บัญญัติว่า “ผู้ใดกระท�าการอย่างใด ๆ ดังกล่าวต่อไปนี้
ให้ถือว่ากระท�าผิดฐานละเมิดอ�านาจศาล
(1) ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อก�าหนดของศาลตามมาตราก่อนอันว่าด้วยการรักษาความเรียบร้อยหรือ
ประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล...”
จากบทบัญญัติดังกล่าวพบว่า แม้ความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลได้ถูกก�าหนดอยู่ในประมวล
กฎหมาย แต่บทบัญญัติดังกล่าวมิได้ก�าหนดลักษณะของการกระท�าความผิดเรื่องดังกล่าวอย่างชัดเจน
แต่อย่างใด เมื่อพิจารณาตามหลักความชอบด้วยกฎหมายอาญาที่มีวัตถุประสงค์ให้ถ้อยค�าในกฎหมายต้อง
ชัดเจนแน่นอนปราศจากความคลุมเครือแล้วพบว่าเพียงการออกเป็นข้อก�าหนดของศาลในการตราขึ้น
เพื่อก�าหนดแบบแผนความประพฤติของบุคคลให้กระท�าหรือไม่ให้กระท�าอันเป็นการสอดคล้องกับการเคารพ
และไม่ละเมิดอ�านาจศาลยังขาดซึ่งความชัดเจน เนื่องจากข้อก�าหนดดังกล่าวเป็นแนวปฏิบัติหรือระเบียบ
ภายในของศาล ไม่ได้มีการตราขึ้นหรือประกาศใช้เป็นการทั่วไป
4.3 หลักการไม่พิจารณาลงโทษสองครั้ง (Non bis in idem) กับการลงโทษเรื่องละเมิดอ�านาจศาล
แนวคิดเรื่องการไม่พิจารณาลงโทษสองครั้งและการลงโทษเรื่องละเมิดอ�านาจศาลในประเทศไทย
มีความเข้าใจและแนวปฏิบัติที่แตกต่างไปจากหลักสากล ดังนี้
4.3.1 หลักการไม่พิจารณาลงโทษสองครั้งตามหลักสากล
หลักการไม่พิจารณาลงโทษสองครั้ง (Non bis in idem) ปรากฏในข้อ 14 วรรค 7 ของกติกา
ระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) มีหลักว่า “บุคคลย่อมไม่ถูกพิจารณา
หรือลงโทษซ�้าในความผิดซึ่งบุคคลนั้นต้องค�าพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ หรือให้ปล่อยตัวตามกฎหมายและ
วิธีพิจารณาความอาญาของแต่ละประเทศ”
เมื่อพิจารณาว่ากฎหมายอะไรบ้างที่เป็นเนื้อหาทางอาญานั้น ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปได้วางหลักว่า
การคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกด�าเนินคดีต้องน�าหลักประกันสิทธิในทางอาญาไปใช้กับการด�าเนินการและไม่ว่า
กฎหมายภายประเทศจะเรียกชื่อว่ามาตรการแบบใด หากเป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาทางอาญา
(criminal matters) แล้ว การปรับใช้มาตรการดังกล่าวต้องเคารพต่อหลักประกันทางอาญาที่ได้รับการ
ยอมรับโดยอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนยุโรป มาตรา 6 ด้วย โดยเนื้อหาทางอาญา หมายถึงมาตรการทั้งปวงที่มี
ผลเป็นการป้องการลงโทษ
4.3.2 หลักการไม่พิจารณาลงโทษสองครั้ง (Non bis in idem) กับการลงโทษเรื่องละเมิดอ�านาจ
ศาลในประเทศไทย

