Page 139 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 139

138          วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน



                 ภาษาที่ใช้ในการพิจารณาภายในห้องพิจารณา  ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งสหภาพยุโรปได้สรุปหลักการในเรื่อง
                 สิทธิดังกล่าวข้างต้นว่า สิทธิต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยหากผู้ถูกกล่าวหามิได้อยู่ในระหว่างการ
                 พิจารณาด้วย

                        4.4.3 สิทธิของผู้ถูกกล่าวหาในการสู้คดีภายใต้ความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลของไทย
                        หากสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาในการสู้คดีได้รับการรับรองในข้อ 14 วรรค 3 ของกติการะหว่างประเทศ
                 ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง  (ICCPR)  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิในการได้รับแจ้งโดยพลันถึง
                 รายละเอียดของเหตุแห่งการกระท�าความผิด สิทธิในการมีระยะเวลาที่เหมาะสมในการเตรียมการเพื่อสู้คดีหรือ

                 สิทธิในการมีทนายความ ซึ่งความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลในประเทศไทยนั้นมีลักษณะที่แตกต่างและ
                 ไม่สอดคล้องกับสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาตามหลักสากลแต่อย่างใด ความไม่สอดคล้องดังกล่าวมาจากความเข้าใจ
                 ว่าความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลมิได้เป็นความผิดทางอาญานั่นเอง กล่าวคือ ผู้ถูกกล่าวหาในความผิดฐาน
                 ละเมิดอ�านาจศาลไม่ได้อยู่ภายใต้สิทธิที่จะได้รับการแจ้งรายละเอียดของเหตุแห่งการกระท�าความผิด สิทธิ

                 ในการต่อสู้คดีตามระยะเวลาที่เหมาะสม รวมถึงสิทธิในการมีทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายในระหว่าง
                 การเผชิญหน้าทางคดีดังกล่าวกับศาลที่พิจารณาคดี แม้ความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลจะมีอัตราโทษปรับ
                 และโทษจ�าคุก  แต่เมื่อแนวทางปัจจุบันยังคงมีความเข้าใจว่าความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลไม่ใช่การบังคับ
                 ใช้โทษทางอาญาย่อมท�าให้สถานะของผู้ถูกกล่าวหาไม่สอดคล้องกับข้อ 14 วรรค 3 ของกติการะหว่าง

                 ประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) รวมถึงไม่ได้รับการคุ้มครองตามสิทธิของ
                 ผู้ถูกกล่าวหาที่พึงมีตามหลักการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางอาญาแต่อย่างใด
                        4.5 อัตราโทษความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาล
                        เมื่อพิจารณาอัตราโทษปรับของความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลตามมาตรา  33  แห่งประมวล

                 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้นได้ก�าหนดไว้ที่จ�านวนไม่เกิน 500 บาท จากช่วงเวลาที่กฎหมายดังกล่าว
                 ได้ประกาศใช้แล้ว พบว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งได้ตราขึ้นตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2477 โดย
                 มิได้มีการแก้ไขอัตราโทษในมาตรา 33 แต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ จ�านวนความรับผิดตามโทษปรับที่ก�าหนดไว้
                 ไม่เกิน 500 บาท จึงมีมูลค่าที่ไม่สอดคล้องกับอัตราค่าเงินในปัจจุบัน และจะไม่ส่งผลใดๆ ในการสร้างความ

                 เกรงกลัวให้กับบุคคลที่กระท�าความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาล ด้วยเหตุนี้ อัตราโทษปรับในการกระท�าความผิด
                 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งจึงควรปรับให้สูงขึ้นให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ และ
                 หลักการที่ว่าควรน�าโทษปรับมาใช้เป็นล�าดับแรกเพื่อประสิทธิภาพของรัฐ
                        เมื่อพิจารณาถึงบทลงโทษของความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลในพระราชบัญญัติจัดตั้ง

                 ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 พบว่า มาตรา 64 ได้ก�าหนดอัตราโทษปรับต่อความผิด
                 ฐานละเมิดอ�านาจศาลไว้เป็นจ�านวนเงินไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
                        นอกจากนี้ ความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลในประเทศไทยยังรวมถึงโทษจ�าคุกไม่เกิน 6 เดือนด้วย
                 อัตราโทษดังกล่าวเมื่อพิจารณาถึงความจ�าเป็นและความได้สัดส่วนในการรักษาความสงบเรียบร้อยในการ

                 ด�าเนินการพิจารณาคดีให้ต่อเนื่องของศาลแล้ว  น่าจะเกินความจ�าเป็น  การลดโทษจ�าคุกให้มีจ�านวนระยะ
                 เวลาที่สั้นลง  และเน้นการใช้โทษปรับแทนจะมีประสิทธิภาพต่อการสร้างความเกรงกลัวให้ผู้กระท�าความผิด
                 มากกว่า อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของประเทศที่ใช้ระบบกฎหมาย Civil Law เช่น สหพันธ์
                 สาธารณรัฐเยอรมนี และความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลของศาลปกครองนั้นมีอัตราโทษจ�าคุกไม่เกิน 1 เดือน
   134   135   136   137   138   139   140   141   142   143   144