Page 65 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2563)
P. 65

ปที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2563)  63



                    3)   พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร พ.ศ. 2562 ขอบเขตดานระยะเวลา

             ของการใชอํานาจรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร จําแนกได ดังนี้ 1) อํานาจที่เสร็จสิ้นเปนรายครั้ง
             ไมมีลักษณะตอเนื่อง เชน อํานาจมีหนังสือขอขอมูล ตามมาตรา 62 (2) 2) อํานาจที่กฎหมายกําหนดระยะ
             เวลาชัดเจน เชน อํานาจยึดหรืออายัดคอมพิวเตอร ระบบคอมพิวเตอร  ตามมาตรา 66 (4) ซึ่งกําหนดระยะ
             เวลาไวไมเกินสามสิบวัน 3) อํานาจที่กฎหมายไมกําหนดเวลาชัดเจนและเปดชองใหเกิดการกระทําที่ตอเนื่อง
             เชน อํานาจในการสั่งใหผูเกี่ยวของเฝาระวัง หรือตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร ตามมาตรา 65 สําหรับ

             อํานาจในกรณีภัยคุกคามระดับวิกฤติตามมาตรา 67 ใหเปนอํานาจของสภาความมั่นคงแหงชาติ
             ซึ่งไมไดกําหนดขอบเขตระยะเวลา นอกจากนี้ กรณีที่เปนเหตุจําเปนเรงดวนตามมาตรา 68 เลขาธิการ
             คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรแหงชาติ มีอํานาจ “...ขอขอมูลที่เปนปจจุบันและ

             ตอเนื่องจากผูที่เกี่ยวของ...” กรณีนี้ เปนอํานาจขอขอมูลตามเวลาจริง (Real time) ซึ่งโดยสภาพแลว
             มีลักษณะตอเนื่องและไมมีกําหนดขอบเขตดานเวลา 4) อํานาจที่ตองขอคําสั่งศาล เชน มาตรา 65 (5)
             มาตรา 66 (2) (3) และ (4) ในบางมาตราไมไดกําหนดกรอบเวลาที่ศาลจะสั่งอนุญาต เชน อํานาจเขาถึง
             ขอมูลคอมพิวเตอร ทําสําเนา หรือสกัดคัดกรองขอมูล ตามมาตรา 66 (2) แมอํานาจการรับมือภัยคุกคาม
             ทางไซเบอรในหลายมาตราระบุวา “เฉพาะเทาที่จําเปน” แตเงื่อนไขและเหตุดังกลาวมีลักษณะกวาง

             จึงมีแนวโนมไมสอดคลองกับเกณฑขอนี้ เนื่องจากเปดทางใหมีการใชอํานาจโดยไมมีขอบเขตจํากัดดาน
             ระยะเวลาแนนอน
                    จากกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐทั้ง 3 ฉบับ จะเห็นไดวาเปดทางใหหนวยงานรัฐใช

             อํานาจดําเนินมาตรการปองกันหรือตอบสนองภัยคุกคามความมั่นคงตามกฎหมายนั้น ๆ ไดอยางกวาง
             และไมระบุถึงขอบเขตในแงระยะเวลาใชอํานาจที่เจาะจง จึงมีแนวโนมไมสอดคลองกับหลักความ
             เจาะจงในแงระยะเวลา
                    5.5 เกณฑความเจาะจงกับการใชอํานาจที่เชื่อมโยงระหวางกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคง
             หลายฉบับ

                    นอกจากการพิจารณาขอบเขตของกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงแตละฉบับที่มีลักษณะกวาง
             ดังกลาวมาแลว ผูเขียนยังมีขอสังเกตถึงความสัมพันธหรือความเชื่อมโยงของกฎหมายดังกลาว เชน
             พระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแหงชาติ พ.ศ. 2559 ซึ่งตราขึ้นตั้งแตชวงระยะแรกของสภานิติบัญญัติ

             แหงชาติ (สนช.) โดยยังไมไดระบุถึงกฎหมายวาดวยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรไวโดยตรง
             แตตอมาในชวงระยะสุดทายของสภาดังกลาวไดมีการเห็นชอบพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
             ไซเบอร พ.ศ. 2562  ซึ่งระบุความเชื่อมโยงของกฎหมายทั้งสองฉบับในมาตรา 67 วา “ในกรณีที่เกิดภัย
             คุกคามทางไซเบอรในระดับวิกฤติ ใหเปนหนาที่และอํานาจของสภาความมั่นคงแหงชาติในการดําเนิน
             การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรตามกฎหมายวาดวยสภาความมั่นคงแหงชาติและกฎหมายอื่นที่

             เกี่ยวของ” ดังนั้น เมื่อเกิดภัยคุกคามทางไซเบอรระดับวิกฤติ สภาความมั่นคงแหงชาติจึงมีอํานาจเสนอ
             แนวทางหรือการดําเนินการเพื่อใหนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการหนวยงานของรัฐ
             ตามกฎหมายฉบับอื่นไดอยางกวางขวาง ซึ่งรวมถึงการสั่งการตามกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงฉบับอื่น
   60   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70