Page 64 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2563)
P. 64

62          วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน


                   5.4  เกณฑความเฉพาะเจาะจงในแงของระยะเวลา (Duration)

                   กฎหมายที่ใหอํานาจเขาถึงหรือไดมาซึ่งขอมูลจะตองมีขอบเขตในแงระยะเวลาที่ชัดเจน
            เพื่อปองกันการสอดแนมตอเนื่องหรือตลอดเวลา กฎหมายประเทศตาง ๆ อาจกําหนดขอจํากัดดาน
            เวลาแตกตางกัน เชน สามเดือน  สองเดือน  ศาลยุโรปวางหลักวา กฎหมายที่กําหนดระยะเวลา
                                                 18
                                       17
            เก็บขอมูลไวเปนชวงโดยไมปรากฏวามีเกณฑเชิงภาวะวิสัย (Objective criteria) ที่ชัดเจน ไมสอดคลอง
            กับหลักขอจํากัดดานระยะเวลา แมวาจะมีการกําหนดระยะเวลา  ก็ตองพิจารณาความชัดเจนของ
                                                                 19
            เกณฑการขยายระยะเวลาดวย สําหรับกฎหมายไทยฉบับอื่นที่ใหอํานาจเจาหนาที่ “ไดมาซึ่งขอมูล”
            มีการกําหนดระยะเวลาไวในเงื่อนไขที่ศาลจะสั่งอนุญาตตามคําขอของเจาหนาที่ โดยสวนใหญจะ
            กําหนดเวลาเกาสิบวัน  กฎหมายบางฉบับกําหนดวา เมื่อศาลสั่งอนุญาตไปแลว หากมีพฤติการณ
                               20
            เปลี่ยนแปลงไป ศาลอาจเปลี่ยนแปลงคําสั่งอนุญาตหรือขยายเวลาอนุญาตได  เมื่อนําเกณฑนี้มา
                                                                             21
            วิเคราะหกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐอันเปนขอยกเวนของพระราชบัญญัติคุมครองขอมูล
            สวนบุคคล พ.ศ. 2562 จะพบวา
                   1)   พระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแหงชาติ พ.ศ. 2559 มาตรา 19 กําหนดใหสภาประกาศ
            ระดับความรายแรงและเสนอความเห็น มาตรการ ฯลฯ ใหนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีเพื่อสั่งการ

            หากยังไมมีการดําเนินการดังกลาว ใหสภาใชอํานาจสั่งการหนวยงานหรือเจาหนาที่รัฐใหดําเนินการ
            ไดเทาที่จําเปนและเหมาะสม จะเห็นไดวากฎหมายดังกลาวไมไดกําหนดรายละเอียดของมาตรการที่
            เจาะจงหรือชัดเจนดังกลาวมาแลวในเกณฑขางตน และไมไดกําหนดกรอบระยะเวลาของการดําเนินการ

            อันเกี่ยวกับการใชอํานาจนั้น
                   2)  พระราชบัญญัติขาวกรองแหงชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 13 ใหอํานาจศูนยประสานขาวกรอง
            แหงชาติ (ศป.ข) ที่อาจกระทบตอขอมูลสวนบุคคลหลายประการ เชน ติดตาม ประเมิน และวิเคราะห
            สถานการณ เฝาระวังภัยคุกคามความมั่นคงปลอดภัย ปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี
            ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย สภาความมั่นคงแหงชาติ หรือผูอํานวยการสํานักขาวกรองแหงชาติมอบหมาย

            จะเห็นไดวานอกจากการใชอํานาจดังกลาวมีลักษณะมาตรการที่กวางดังกลาวมาแลว ยังไมไดกําหนด
            ขอบเขตระยะเวลาที่ชัดเจน  จึงอาจทําใหมีการใชอํานาจเขาถึงหรือไดมาซึ่งขอมูลสวนบุคคลในลักษณะ
            ตอเนื่อง




                   17  Three months with the possibility of renewal (Weber and Saravia v Germany, no.54934/00, ECtHR, 29 Jun 2006).
                   18  Two months with the possibility of renewal (Association for European Integration and Human Rights
            and Ekimdzhiev v Bulgaria no. 62540/00, ECtHR, 28 June 2007).
                   19  Joined Cases C-293/12 and C-594/12.
                   20  เชน พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 25 กําหนดวา การอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ใหอธิบดี
            ผูพิพากษาศาลอาญาสั่งอนุญาตไดคราวละไมเกินเกาสิบวัน พระราชบัญญัติปองกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 46
            กําหนดวา ศาลอาจอนุญาตไดคราวละไมเกินเกาสิบวัน.
                   21   เชน  พระราชบัญญัติปองกันและปราบปรามการมีสวนรวมในองคกรอาชญากรรมขามชาติ  พ.ศ. 2556  มาตรา 17
            วรรคสามกําหนดวา “...  ภายหลังที่มีคําสั่งอนุญาต  หากปรากฏขอเท็จจริงวาเหตุผลความจําเปนไมเปนไปตามที่ระบุหรือพฤติการณ
            เปลี่ยนแปลงไป อธิบดีผูพิพากษาศาลอาญาอาจเปลี่ยนแปลงคําสั่งอนุญาตหรือขยายระยะเวลาอนุญาตไดตามที่เห็นสมควร...”.
   59   60   61   62   63   64   65   66   67   68   69