Page 126 - วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)
P. 126
ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561) 125
14.2 สิทธิในก�รได้รับก�รพิจ�รณ�คดีอย่�งเป็นธรรม
ตามข้อ 6 (2) ของกติการะหว่างประเทศ ICCPR มีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการบังคับใช้โทษ
ประหารชีวิต ความว่า ในลักษณะที่ “ขัดต่อบทบัญญัติของกติกานี้” ความตามข้อบัญญัตินี้ รวมทั้งบทบัญญัติใน
มาตรการเชิงป้องกัน ฯ ข้อ 14 จึงเป็นการช่วยระบุองค์ประกอบของสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม
กฎระเบียบที่เกี่ยวกับขั้นตอนการพิจารณาคดีที่มีโทษถึงแก่ชีวิตเป็นเรื่องที่อยู่เหนือและ
เกินกว่าการรับประกันใด ๆ เมื่อเทียบกับคดีอาญาอื่น ทั้งนี้ ในการพิจารณาเกี่ยวกับมาตรการในการคุ้มครองและ
โทษประหารชีวิต คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน มีความเห็นที่ชัดเจนว่า “ในคดีโทษประหารชีวิต รัฐภาคีมีหน้าที่
ต้องตรวจสอบอย่างจริงจังเพื่อรับรองว่าการพิจารณาคดีมีความเป็นธรรมตามที่กำาหนดไว้ใน ข้อ 14 ของกติกา
ระหว่างประเทศ ICCPR ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่มีความจำาเป็นมาก” ทั้งนี้ มาตรการเชิงป้องกัน ฯ ฉบับปี 2527 กำาหนด
ให้การพิจารณาคดีที่มีโทษถึงแก่ชีวิตต้องเคารพ “มาตรการเชิงป้องกันฯ ทั้งหมด ที่รับรองให้มีการพิจารณาคดี
อย่างเป็นธรรม หรืออย่างน้อยที่สุด ต้องไม่น้อยกว่ามาตรการที่กำาหนดตาม ข้อ 14 ของกติการะหว่างประเทศ ICCPR”
นอกจากนี้ แนวความคิดที่ว่าคดีที่มีโทษประหารชีวิตต้องได้รับการปฏิบัติตามกระบวนการพิเศษ (special
procedural treatment) ยังได้รับการยอมรับในเขตอำานาจศาลของบางประเทศอีกด้วย
สิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง ในกรณีการพิจารณาคดีที่มีโทษประหารชีวิต ทั้งนี้ โดยมีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้
(1) สิทธิในการได้รับแจ้งให้ทราบโดยทันทีและโดยละเอียดเกี่ยวกับลักษณะและสาเหตุของ
การถูกจับกุม ตามข้อ 14 (3) (a)
(2) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีหรือความผิดโดยไม่ชักช้า ตามข้อ 14 (3) (c) กล่าวคือ
มีระยะเวลาในการถูกจับกุมคุมขังที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน จะยังไม่ได้กำาหนด
นิยามของคำาว่า “ความล่าช้าเกินควร” แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้เคยพิจารณาว่า การถูกกักขังเป็นระยะ
เวลานาน 51 เดือน นับตั้งแต่ที่ถูกฟ้องจนถึงการยกฟ้องถือเป็นการละเมิดสิทธิของบุคคล
(3) เสรีภาพจากการถูกบังคับให้สารภาพ ตามข้อ 14 (3) (g)
(4) สิทธิในการมีตัวแทนทางกฎหมายหรือทนายความของจำาเลยที่มาจากการเลือกของ
จำาเลยเอง ตามข้อ 14 (3) (d) และสิทธิในการมีเวลาและการอำานวยความสะดวกที่เพียงพอสำาหรับการเตรียมตัว
ในการต่อสู้คดี ตามข้อ 14 (3) (b)
(5) สิทธิในการสอบหรือการถูกสอบหรือการซักค้านพยาน ตามข้อ 14 (3) (e) หรือสิทธิ
ในการต่อสู้ทางคดีที่เท่าเทียมกันระหว่างอัยการและจำาเลย หลักการนี้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชน มีความเห็นว่า จำาเลยต้องสามารถเข้าถึงเอกสารทั้งหมดที่จำาเป็นในการดำาเนินการเพื่อต่อสู้หรือ
อุทธรณ์คดี เช่น เอกสารการยื่นคำาฟ้องต่อศาลที่เป็นทางการ คำาตัดสินของศาล หรือหลักฐานที่ใช้ในการพิจารณา
คดี

