Page 119 - วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)
P. 119
118 วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน
ตามอนุสัญญาในระดับภูมิภาค เช่น กฎบัตรของแอฟริกาว่าด้วยสิทธิและสวัสดิการของเด็ก (African Charter
on the Rights and Welfare of the Child) (ข้อ 5 (3)) และอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนแห่งภูมิภาคอเมริกา
อย่างไรก็ตาม หลักการนี้ยังคงได้รับการตั้งข้อสงวนจากสหรัฐอเมริกาเมื่อแรกให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาสิทธิมนุษยชน
แห่งภูมิภาคอเมริกาซึ่งถือได้ว่าเป็นการขัดต่อวัตถุประสงค์ของอนุสัญญา
12.2 หญิงตั้งครรภ์และหญิงที่ยังมีลูกที่เป็นเด็กเล็ก
ข้อห้ามในการดำาเนินการลงโทษประหารชีวิตต่อหญิงตั้งครรภ์เป็นบรรทัดฐานที่ได้รับ
การยอมรับอย่างกว้างขวางภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและในการปฏิบัติของรัฐ โดยเกือบทุกประเทศ
ที่ยังคงมีโทษประหารชีวิตในกฎหมายภายในของตนต่างได้มีการห้ามการบังคับใช้โทษประหารชีวิตต่อหญิง
ตั้งครรภ์ ตามข้อ 6 วรรคห้า ของกติการะหว่างประเทศ ICCPR ไม่อนุญาตให้มีการประหารชีวิตหญิงตั้งครรภ์
มาตรการที่ 6 ของมาตรการเชิงป้องกัน ฯ ได้พยายามที่จะขยายความคุ้มครองดังกล่าวไปให้ครอบคลุมถึง
“แม่ที่เพิ่งคลอดลูกใหม่” ที่จะต้องไม่ถูกตัดสินโทษประหารชีวิตด้วย อย่างไรก็ตาม การกำาหนดความคุ้มครอง
ไปจนถึง “แม่ที่เพิ่งคลอดลูกใหม่” ยังเป็นบรรทัดฐานที่ยังไม่มีความชัดเจนในกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐสมาชิก
ของสหประชาชาติต่างตีความข้อห้ามนี้ไปในทิศทางที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางประเทศจะห้ามการประหารชีวิต
หญิงตั้งครรภ์จนกว่าการตั้งครรภ์นั้นจะสิ้นสุดลงหรือจนถึงเมื่อคลอดบุตร โดยให้มีการเว้นช่วงระยะเวลาไว้
ประมาณหนึ่ง หรือห้ามการประหารชีวิตจนกว่าจะเสร็จสิ้นการให้นมบุตร นอกจากนี้ ยังมีบางประเทศที่อาจ
ยกโทษประหารชีวิตนั้นให้อย่างถาวร ถ้านักโทษประหารชีวิตนั้นกำาลังอยู่ระหว่างการตั้งครรภ์
ส่วนการห้ามการลงโทษประหารชีวิตต่อหญิงที่ยังมีลูกที่เป็นเด็กเล็กนั้น ปรากฏในอนุสัญญา
สิทธิมนุษยชนในระดับภูมิภาค จำานวน 2 ฉบับ ประกอบด้วย กฎบัตรแอฟริกาว่าด้วยสิทธิและสวัสดิการของเด็ก
และกฎบัตรสิทธิมนุษยชนอาหรับ โดยข้อ 30 (e) ของกฎบัตรแอฟริกาว่าด้วยสิทธิและสวัสดิการของเด็ก ห้ามมิให้
รัฐภาคีของกฎบัตรนั้นลงโทษประหารชีวิตต่อหญิงตั้งครรภ์และ “แม่ที่ยังมีลูกที่เป็นเด็กทารกและเด็กเล็ก”
ขณะที่ ข้อ 12 ของกฎบัตรสิทธิมนุษยชนอาหรับ กำาหนดว่า การลงโทษประหารชีวิตจะต้องไม่ถูกใช้บังคับกับหญิง
ตั้งครรภ์ที่ยังมิได้คลอดบุตรหรือ “แม่ที่ยังดูแลบุตรวัยทารก ภายใน 2 ปี นับจากวันที่คลอดบุตร” อย่างไรก็ตาม
มีรัฐภาคีของอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับ เพียงบางรัฐเท่านั้นที่ได้นำาบรรทัดฐานนี้ไปบังคับใช้เป็นกฎหมายภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วมีรัฐสมาชิกของสหประชาชาติซึ่งรวมทั้งรัฐที่เป็นและไม่เป็นสมาชิกของรัฐภาคี
ของอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว ได้ให้ความเห็นชอบกับหลักการนี้โดยได้จัดทำาเป็นกฎหมายภายในประเทศ
ที่ให้การคุ้มครองมิให้มีการลงโทษประหารชีวิตผู้หญิงที่ยังมีลูกที่เป็นเด็กเล็กในช่วงระยะเวลาที่แตกต่างกัน
ออกไปนับตั้งแต่ 40 วัน (โมร็อกโก) จนถึง 3 ปี (ประเทศไทย) ตามลำาดับ นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายภายในของ
บางประเทศ เช่น บังคลาเทศ ที่ให้สิทธิในการยกเว้นโทษประหารชีวิตให้กับหญิงที่ยังมีลูกที่เป็นเด็กเล็กอย่างถาวร
นอกจากนี้ ยังได้มีการรวมตัวกันของกลุ่มประเทศที่มีกฎหมายห้ามมิให้มีการดำาเนินการลงโทษประหารชีวิตต่อ

