Page 114 - วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)
P. 114

ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)  113






                  9     แนวโน้มในก�รยกเลิกโทษประห�รชีวิตในกฎหม�ยระหว่�งประเทศและ
                        กฎหม�ยระดับภูมิภ�ค


                        ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้มีพัฒนาการไปในทิศทางให้มีการลดหรือจำากัดการใช้โทษประหารชีวิต
               เกิดขึ้นทั้งในระดับสากลและระดับภูมิภาค

                        นับตั้งแต่ปี 2532 สมัชชาสหประชาชาติได้ให้การรับรองพิธีสารเลือกรับของกติการะหว่างประเทศว่า
               ด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ฉบับที่ 2 (OP2) ที่ส่งเสริมการยกเลิกโทษประหารชีวิต ตามความใน

               ข้อ 1 ที่กำาหนดว่า
                        “(1) ต้องไม่มีใครที่อยู่ในเขตอำานาจของรัฐภาคีแห่งพิธีสารนี้จะถูกลงโทษประหารชีวิต

                         (2) รัฐภาคีแต่ละรัฐจะต้องดำาเนินมาตรการที่จำาเป็นเพื่อยกเลิกโทษประหารชีวิตภายในเขตอำานาจ
               ของตน”

                        ตามที่กล่าวไว้ก่อนนี้ รัฐภาคีของ OP2 มีจำานวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จาก 34 รัฐ ในปี 2542 เป็น
               86 รัฐ ในเดือนธันวาคม 2560 โดยพัฒนาการในระดับระหว่างประเทศนี้ได้สะท้อนถึงพัฒนาการที่เกิดขึ้นในระดับ

               ภูมิภาคด้วย ดังนี้
                        ในปี 2526 คณะมนตรีแห่งยุโรป (CoE) ได้ให้การรับรองพิธีสารของอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนยุโรป

               ฉบับที่ 6 ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวกับการยกเลิกโทษประหารชีวิต พิธีสาร
               ฉบับนี้เป็นความพยายามที่จะให้มีการยกเลิกโทษประหารชีวิตสำาหรับอาชญากรรมทั่วไป หรืออาชญากรรมที่

               ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงของสงคราม ซึ่งต่อมาในวันที่ 3 พฤษภาคม 2545 ตามพิธีสาร ฉบับที่ 13 ว่าด้วยการคุ้มครอง
               สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน คณะมนตรีแห่งยุโรปจึงได้มีการกำาหนดให้มีการยกเลิกโทษประหารชีวิตใน

               ทุกสถานการณ์โดยสมบูรณ์
                        ในปี 2533 ภูมิภาคอเมริกาได้ให้การรับรองพิธีสารเพิ่มเติมว่าด้วยการยกเลิกโทษประหารชีวิต

               อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับ OP2 รัฐภาคีอาจยังคงโทษประหารชีวิตไว้ให้มีผลในช่วงของสงครามได้ โดยให้รัฐภาคี
               สามารถตั้งข้อสงวนไว้ได้ในช่วงเริ่มแรกของการให้สัตยาบันหรือภาคยานุวัติ

                        ความคิดเห็นของกลไกสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคต่าง ๆ ล้วนสนับสนุนแนวโน้มการยกเลิกโทษประหาร
               ชีวิต เช่น ในปี 2553 ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปมีข้อพิจารณาว่า ให้การโต้แย้งเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของรัฐ

               ที่สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนยุโรปในส่วนที่ได้รับการแก้ไขแล้ว ว่าด้วยการไม่ให้มีการประหาร
               ชีวิตในทุกสถานการณ์ สามารถทำาได้โดยตลอดเวลาและต้องไม่มีข้อจำากัดใด ๆ ทั้งสิ้น

                        ในปีเดียวกัน คณะทำางานด้านโทษประหารชีวิต (Working Group on the Death Penalty) จัดตั้ง
               โดย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและสิทธิของประชาชนแอฟริกา (African Commission on Human and

               Peoples’ Rights: ACHPR) ได้มีการพิจารณาที่เกี่ยวกับการจัดทำาพิธีสารในระดับภูมิภาคแอฟริกาที่ให้มี
   109   110   111   112   113   114   115   116   117   118   119