Page 136 - รายงานฉบับสมบูรณ์ เหลียวหลังแลหน้า 2 ทศวรรษ สิทธิมนุษยชนในสังคมไทย
P. 136
ขบวนการนักเรียน นักศึกษา ขบวนการชาวไร่ชาวนาเป็นอย่างมาก เป็น
จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่เป็นขุมพลังทำให้นักเรียนนักศึกษาหลากหลาย
สาขาวิชาชีพ เช่น นักศึกษาแพทย์ นักศึกษารัฐศาสตร์ นักศึกษา
นิติศาสตร์ และสาขาอื่น ๆ ออกเคลื่อนไหวเพื่อรณรงค์ส่งเสริมสิทธิ
มนุษยชนในสังคมไทยขณะนั้น
3.1.1.2 การมีประสบการณ์ตรงในฐานะผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะ
แรงงานหญิงที่ทำงานโดยไม่มีสิทธิและสวัสดิการการจ้างงานที่ดีพอ ทำ
ให้รู้สึกได้ถึงความไม่เป็นธรรมจึงต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม
สำหรับตนเองและบรรดาแรงงานด้วยกัน
3.1.1.3 การมีประสบการณ์ตรงในฐานะอาสาสมัครทำงานให้กับองค์กรไม่แสวง
กำไรในประเด็นที่เกี่ยวกับผู้อพยพลี้ภัยสงครามกลางเมืองตามแนว
ชายแดน
3.1.2 ความมุ่งมั่นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีความ
มุ่งมั่นตั้งใจที่จะใช้ประสบการณ์ความรู้ ความเชี่ยวชาญของตนเพื่อการ
ผลักดันให้เกิดการเคารพสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย โดยเฉพาะในส่วนของ
ประชาชนที่มักถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบในสังคม แม้จะรู้ว่าเป็นงานที่ยาก
คณะกรรมการส่วนใหญ่ในชุดที่ 1 เป็นผู้ที่ทำงานเพื่อปกป้องสิทธิประชาชน
มาก่อน กรรมการส่วนมากมีบทบาทและมีส่วนร่วมในขบวนการภาค
ประชาชนมาตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2540 และมีประสบการณ์ร่วมกับกลุ่ม
เครือข่ายผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการรณรงค์ผลักดันเรื่องสิทธิมนุษยชนใน
สังคมไทย และความมุ่งมั่นจากแรงบันดาลใจนี้สัมพันธ์กับการยอมรับและ
ความเชื่อมั่นไว้วางใจของภาคประชาชนต่อความพยายามทุ่มเทผลักดันงาน
ด้านสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการฯ โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นเรื่องยาก
หรือ ที่เรียกว่า “งานร้อน” และสัมพันธ์กับเรื่องเล่าความคาดหวังและความ
พึงพอใจของภาคประชาชนด้วย
3.1.3 ในส่วนของบุคลากรในสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
แม้ว่าจะมีการโอนย้ายจากหน่วยงานราชการเดิมหลายคนและถูกตั้งข้อ
ครหาในเชิงลบ ทว่าหลายคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจและอยากจะสร้างการ
เปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในเชิงนโยบายเพื่อให้การปฏิบัติต่อประชาชนเป็นไป
อย่างเสมอภาค ทั้งนี้ หลายคนมีแรงบันดาลใจมาจากการมีประสบการณ์
ตรงต่อการมองเห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนมาก่อน หลายคน
เคยทำงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนบางประเด็นในหน่วยงานเดิม เมื่อมี
สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น จึงได้รับการเชิญชวนให้
มาร่วมทำงานด้วยมุ่งหวังจะก่อให้เกิดการขับเคลื่อนในประเด็นนั้น ๆ อย่าง
ได้ผลมากขึ้น ในขณะที่ บุคลากรที่เข้ามาใหม่หลายคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจ
อยากทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเป็นทุนเดิม มีหลายคนสำเร็จการศึกษา
ทางด้านสิทธิมนุษยชนโดยตรงจากต่างประเทศ
-131-

