Page 54 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 54

47



                          o  มีความเชื่อมโยงระหวางการศึกษาวิจัยและการนําความรูไปใชประโยชน

                          o  มีความเชื่อมโยงกับศูนยขอมูล องคความรู เครือขาย คลังความรู ในลักษณะ Big Data มีการ
                              สังเคราะหขอมูลใหสามารถนําไปใชไดอยางงาย
                          o  สรางเครือขายดานสิทธิมนุษยชนกับภาควิชาการ และทํางานรวมกับหนวยอื่น ๆ เชน ศาล

                              (friend of court)

                       ระดับที่สอง คาดหวังใหสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชนเปนแหลงอางอิงและ

               เผยแพรความรูดานสิทธิมนุษยชนของประเทศ

                          o  เปนสถาบันวิชาการดานสิทธิมนุษยชน มุงเนนภารกิจ 2 ดาน กลาวคือ 1. ในการผลิต

                              เผยแพร และนําผลงานวิจัยไปใชประโยชน เนนสรางองคความรูเฉพาะดาน ในขณะที่องค
                              ความรูดานสิทธิมนุษยชนของสถาบันการศึกษาจะอยูในลักษณะทั่วไป (general) เชน

                              วิธีวิทยาซึ่งเปนองคความรูเฉพาะ human rights debate approach/ human rights lens
                              ดังนั้น องคความรูและวิธีวิทยาที่เปนจุดขายของสถาบันที่แตกตางจากสถาบันการศึกษา และ
                              เนนภารกิจดานการฝกอบรมที่เกี่ยวของกับสิทธิมนุษยชน โดยมีกลุมเปาหมาย 3 กลุม ไดแก

                              (1) ขาราชการ เชน ทหาร ราชทัณฑ ฯลฯ (2) ภาคประชาสังคม โดยเฉพาะ NGOs (3)
                              มหาวิทยาลัย

                          o  บูรณาการทฤษฎีและการปฏิบัติเขาดวยกัน สถาบันที่จะจัดตั้งใหมจะเปนการสรางหลักสูตร
                              สําหรับ career paths ในบางสาขาอาชีพ เชน เจาหนาที่ราชทัณฑตองจบหลักสูตรทางดาน
                              สิทธิมนุษยชน เปนตน
                          o  เปนเหมือน “ผูใหคําปรึกษา” ดานสิทธิมนุษยชนใหแกบุคคลและหนวยงานภายนอก ในการ

                              ประยุกตความรูไปสูขั้นปฏิบัติ สถาบันการศึกษาสอนแคขั้นทฤษฎี แตไมไดใหภาพของการนํา
                              ทฤษฎีไปสูการปฏิบัติ
                          o  เชื่อมโยงและโอนถายขอมูลระหวางสถาบันกับหนวยงานตาง ๆ ทั้งในประเทศและ

                              ตางประเทศ แตกังวลในรูปแบบและโครงสรางของสถาบัน
                       ระดับที่สาม เปนสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชนของพลเมือง มีลักษณะเปน
               องคกรแบบเปด เปดพื้นที่และเปดโอกาสใหประชาชนเขามามีสวนรวมในการพัฒนาองคความรูดาน

               สิทธิมนุษยชนเพื่อเสริมพลังของสังคม ขับเคลื่อนสังคมในการพัฒนาวัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชน
                          o  การพัฒนาองคความรูดานสิทธิมนุษยชน ในลักษณะการสรางความรูรวมกัน (co-

                              production of knowledge) เพื่อมิใหเปน “การวิจัยที่อยูบนหิ้ง” แตเปนการสรางองค
                              ความรูในลักษณะที่ใหทุกภาคสวนเขามามีสวนรวม โดยเฉพาะอยางยิ่งการใหการศึกษาดาน
                              สิทธิมนุษยชน หรือ “Human rights education” ในลักษณะ Streaming ไมจําเปนตอง

                              พึ่งพาสถาบันการศึกษา และประชาชนสามารถเขาถึง Human rights education ได
                              โดยตรง เปนโรงเรียนสิทธิมนุษยชนสําหรับประชาชน มีการพัฒนาและเผยแพรองคความรู

                              ดานสิทธิมนุษยชนใชภาษาที่งายและเขาใจไดงาย เพราะจะทําใหประชาชนทั่วไปเขาถึงได
                          o  เปนคลังสมองดานสิทธิมนุษยชนสําหรับพลเมือง (Human Rights Think-Tank) ที่เขาถึงงาย

                              เปน “พื้นที่กลาง” ที่ดึงภาคสวนตาง ๆ เขามามีสวนรวม ดึงภาคชุมชนเขามามีสวนรวมใน
   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59