Page 127 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 127
110
การดําเนินโครงการของปงบประมาณถัดไป หรือปอื่น ๆ ได จากที่กลาวมาขางตน ดวยการสนับสนุนดาน
งบประมาณที่แตกตางจากองคกรอื่น ๆ ทําใหการดําเนินงานของ TIJ มีความอิสระบางประการในการ
ปฏิบัติงานที่มากกวาหนวยงานรัฐอื่น ๆ
สําหรับกองทุนที่เขามาหนุนเสริมการทํางานของ TIJ นั้น TIJ ยังไมมีกองทุนที่มีลักษณะของการจัดตั้ง
ที่ชัดเจน เปนแตเพียงความรวมมือในการดําเนินการวิจัยระหวางองคกรกับภาคีเครือขายในตางประเทศเทานั้น
ทั้งนี้ ผูอํานวยการกลุมงานวิจัยสิทธิมนุษยชน สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ ได
สะทอนภาพการดําเนินการวิจัยของ กสม. ในปจจุบันวา การดําเนินงานวิจัยของ กสม. ตองอยูภายใตการกํากับ
ของ สกสว. โดยมีบุคลากรของ กสม. เปนผูดําเนินการวิจัยดวยตนเอง และภูมิทัศนดานการวิจัยเชนนี้ดําเนินมา
ตั้งแตป 2564 และแมวาจะเปนกลุมงานของ กสม. ที่มีภารกิจทางดานการศึกษาวิจัยโดยตรง แตก็ประสบ
ปญหาความยุงยากหลายประการตั้งแตการของบประมาณไปจนถึงการดําเนินการวิจัยที่บุคลากรจะตองเปน
ผูกระทําเองทั้งหมด
ในดานกําลังพล แมวาจะสามารถโอนถายกําลังพลจากหนวยงานภายในอื่น ๆ หรือกลุมงานอื่น ๆ ให
เขามาชวยสนับสนุนภารกิจดานการวิจัยได แตการมีสถาบันใหมจะชวยลดอุปสรรคที่กลุมงานวิจัยกําลังเผชิญ
อยู และจะทําใหภารกิจดานการวิจัยมีความคลองตัวมากยิ่งขึ้น แตอุปสรรคหรือขอจํากัดที่สําคัญที่สุดคือ การ
ขาดบุคลากรที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญในการดําเนินการวิจัย ดังนั้น จึงอยากให “...ปลดล็อกระเบียบเพื่อ
ความคลองตัวในการวิจัย และการสรางภาคีเครือขายกับหนวยงานอื่น ๆ เพื่อดําเนินภารกิจดานการวิจัยดาน
สิทธิมนุษยชน...” ดังนั้น ความเปนไปไดมากที่สุดก็คือการจัดตั้งสถาบันใหมใหเปนหนวยงานภายใน “ที่มีความ
อิสระมากยิ่งขึ้น...แตก็ยังมีความคาดหวังที่มากกวาระบบราชการ หรือกฎหมายจะรองรับได...” ตนจึงเห็นดวย
ดังที่มีผูทรงคุณวุฒิไดนําเสนอใหมีการทดลองจัดตั้งสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชนใน
ลักษณะโครงการทดลองที่มีลักษณะชั่วคราวและขยายผลของการศึกษาเปนระยะ หรือตามลําดับขั้น เพื่อ
ศึกษาในดานผลกระทบจากการจัดตั้งสถาบัน และลดขอจํากัดทางดานกฎหมายที่เปนอุปสรรคตอการจัดตั้ง
สถาบัน แตตนขอกลาวเสริมวามีขอจํากัดทางกฎหมายบางประการที่ไมสามารถดําเนินการแกไขไดโดยเฉพาะ
10
อยางยิ่งขอจํากัดที่เกิดขึ้นจากพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 25609 (พรบ.
จัดซื้อจัดจาง)
จากที่รับฟงความคิดเห็นของผูทรงคุณวุฒิและผูที่มีสวนเกี่ยวของกับการจัดตั้งสถาบันใหม ตัวแทนจาก
สถาบันพระปกเกลา ไดกลาวเสริมวา ทุกหนวยงานที่มีภารกิจดานการวิจัยและที่ใชงบประมาณแผนดินตางก็
ประสบปญหาเรื่อง พรบ. การจัดซื้อจัดจางเชนกัน เพราะการวิจัย “...เปนเรื่องของการจางทําของ” และแมจะ
มีเงินสนับสนุนจากกองทุนอื่น ๆ แตก็ตองถูกตรวจสอบโดยภาครัฐเชนกัน สําหรับตนจึงตั้งคําถามตอการศึกษา
นี้วา ในความเปนจริงแลว โจทยวิจัยนี้มีวาระซอนเรน (hidden agenda) ที่อยากจะผลักดันการจัดตั้งสถาบัน
ใหมที่ไมอยูภายใตการกํากับของระบบราชการ ก็เพราะวาไมมีบุคลากรและองคความรูที่มากพอใชหรือไม?
หรือหากกลาวอยางตรงไปตรงมาวา การที่ กสม. “...อยากไดคนเพิ่ม อยากไดความอิสระในการทํางาน อยาก
ไดประสิทธิภาพในการทํางาน...” อาจจะตองพิจารณาในสภาพความเปนจริงวา จะสามารถทําไดหรือไม ใน
สภาวะที่งบประมาณเปนขอจํากัด นอกจากนี้ “ความพยายามที่จะไดในสิ่งที่อยากได...ดูเปนสิ่งที่จะยาก
เหลือเกิน...การปฏิรูปประเทศพยายามจะลดขนาดขององคกร การจัดตั้งสถาบันใหมจึงมีความเปนไปไดยาก”
ดังนั้น ปญหาที่แทจริงคือ “ระบบงบประมาณเปลี่ยน เจาหนาที่ดําเนินการวิจัยไมได จึงอยากใหมีการจัดตั้ง
10 พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจางและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560,
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/ 2560/A/024/13.PDF

