Page 123 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 123

106



               หนวยงานใหม จึงเสนอให กสม. จัดระเบียบองคกรใหม (reorganize) มากกวาที่จะเปนการจัดตั้งสถาบันใหม
               อีกทั้ง จากหลักการของภารกิจของสถาบันใหมที่กระทําใน 2 ดานคือ 1.) งานวิจัย และ 2.) การจัดหลักสูตร

               อบรม ซึ่งสําหรับตนมีความคิดเห็นวา สถานะดังกลาวมีความคลายคลึงกับสถาบันพระปกเกลา ดังนั้น หากจะ
               จัดตั้งสถาบันที่มีอํานาจหนาที่และภารกิจที่คลายคลึงกับสถาบันพระปกเกลาก็ตองมีการรางพรบ. ใหมเปนการ
               เฉพาะ และ “...แมวาจะมีแนวคิดหรือหลักการที่ดี แตก็อาจจะเปนไดยาก...”
                        ในดานขอจํากัดของการดําเนินภารกิจของหนวยงานตาง ๆ ไดแสดงความคิดเห็นวา “หนวยงานทุก

               หนวยงานมีขอจํากัดเหมือนกันหมด และที่นําเสนอมา...เปนขอจํากัดที่ทุกหนวยงานประสบเหมือนกัน” และ
               สําหรับขอจํากัดของ กสม. ประชาชนไมไดรับรูถึงการทํางานของ กสม. หรือแมกระทั่ง ไมรูวาในพื้นที่มีศูนย
               กสม. ดวย ดังนั้น จึงอยากใหเริ่มหรือเนนการประชาสัมพันธการทํางานของ กสม. กอน
                        สําหรับขอคําถามที่วา กองทุนพัฒนาประชาธิปไตย อยูภายใต พรบ. ววน. ใหมหรือไม/ และ

               สถาบันพระปกเกลาไดรับผลกระทบหรือขอจํากัดจาก พรบ. ฉบับนี้ดวยหรือไม สถาบันพระปกเกลาไมมี
               ขอจํากัดในลักษณะดังกลาว เพราะการขอทุนใชงบประมาณแผนดิน แตปญหาที่พบคือ มักโดนตัดงบประมาณ
               และทําใหงบประมาณในการดําเนินการวิจัยไมเพียงพอ จึงตองขอสนับสนุนงบเพิ่มเติมจาก “กองทุนเพื่อการ
                                            6
               พัฒนาและเผยแพรประชาธิปไตย”5  ซึ่งกองทุนนี้จะหางบประมาณเพื่อมาเติมกองทุนทุกป และจากภารกิจของ
               สถาบันพระปกเกลาในการทําวิจัย หรือรับจางทําวิจัยใหแกหนวยงานภายนอก เมื่อมีรายไดจากการดําเนิน
               ภารกิจดังกลาวก็จะหักสวนหนึ่งของรายไดเขากองทุนประมาณรอยละ 15
                       ผูเชี่ยวชาญดานกฎหมายทานหนึ่ง ไดแสดงความคิดเห็นตอความเปนไปไดในการจัดตั้งสถาบันใหม

               ของ กสม. โดยอยากให กสม. กลับไปทบทวนภารกิจเมื่อแรกจัดตั้งวา “...กสม. ตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร และมีฐานะ
               อะไร...”  เพราะโดยหลักการพื้นฐานแลว กสม. มีสถานะเปนองคกรอิสระ ดังนั้น การดําเนินงานตาง ๆ จึงตอง
               อิสระจากรัฐ และจากที่มีการยกตัวอยางการจัดตั้งสถาบันเพื่อการยุติธรรมแหงประเทศไทย (องคการมหาชน)
               หรือ TIJ เพื่อเปรียบเทียบความเปนไปไดในการจัดตั้งสถาบันใหมของ กสม. นั้น ในสภาพความเปนจริง TIJ ก็
               อยูภายใตการกํากับดูแลของรัฐ ซึ่งมีปญหาดานความอิสระขององคกรเชนกัน ดังนั้น การจัดตั้งในรูปแบบของ

               องคการมหาชนจึงอาจไมตอบสนองตอความตองการหลักของ กสม. อีกทั้ง วัตถุประสงคขององคกร และ
               โครงสรางอํานาจหนาที่ที่ทับซอนจึงกลายเปนปญหาเชิงระบบ
                       และจากการที่มีการหยิบยกรูปแบบของสถาบันพระปกเกลาเพื่อหาความเปนไปไดในการจัดตั้งสถาบัน

               ใหมขางตนนั้น หากจะนําสถาบันพระปกเกลามาเปนตนแบบเพื่อถอดบทเรียนในการจัดตั้งสถาบันใหม หรือ
               “ตั้งเปนตุกตาในการถอดโมเดล” ก็จะประสบปญหาอีกเชนกัน เพราะ มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแหง
               ราชอาณาจักรไทย ฉบับปจจุบัน ที่บัญญัติวา “รัฐพึงจัดใหมีกฎหมายเทาที่จําเปน...กอนการตรากฎหมายทุก
               ฉบับ รัฐพึงจัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นของผูเกี่ยวของ วิเคราะหผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอยาง

                                       7
               รอบดานและเปนระบบ...” 6  จากที่กลาวมาขางตนแสดงใหเห็นวา กอนการตราขอกฎหมายใหม ตองมีการ
               ประเมินตรวจสอบขอกฎหมายเดิมที่มีอยูกอน เพื่อไมใหเกิดการทับซอนของขอบังคับที่จะนําไปสูภาระของ
               ประชาชนที่เกินสมควร ซึ่งจากกรณีนี้จะพบวา โครงสรางอํานาจและภารกิจของสถาบันใหมอาจทับซอนกับ
               TIJ ดังนั้น การจัดตั้งสถาบันใหมจึงอาจไมมีประสิทธิภาพและศักยภาพที่เพียงพอในการจัดตั้ง

                       ทั้งนี้ หากพิจารณาในเชิงรัฐธรรมนูญเปรียบเทียบ จะพบวา ภารกิจดานการสนับสนุนงานวิจัยของ
               กสม. หายไป หรือไมไดถูกบัญญัติไวในรัฐธรรมนูญฉบับปจจุบัน (รธน. ป 60) ดังนั้น อํานาจหนาที่และภารกิจ



               6  ดูเพิ่มเติมไดจาก พระราชบัญญัติสถาบันพระปกเกลา พ.ศ. 2540, อางแลว
               7  มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย, https://www.parliament.go.th/section77/survey_about.php
   118   119   120   121   122   123   124   125   126   127   128