Page 125 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 125
108
อํานาจไวก็สามารถกระทําได และแม กสม. จะมีอํานาจในการใชจายเงินงบประมาณแตก็ตองพิจารณา
วัตถุประสงคของการใชจายวาเปนไปตามกรอบของขอกฎหมายหรือไม เปนไปตามกรอบของกฎหมาย ขอ
กฎหมายในปจจุบัน
ตัวแทนจากหนวยงานอิสระอีกทานหนึ่งไดใหความเห็นเพิ่มเติมวา การจัดตั้งสถาบันในรูปแบบแรก
นาจะเปนไปไดมากที่สุด แตก็ปฏิเสธไมไดวายังมีอุปสรรคหรือขอจํากัดบางประการเพราะยังขัดกับขอกฎหมาย
ที่ถูกบัญญัติไวในรัฐธรรมนูญบางมาตรา จึงอยากเสนอรูปแบบของการจัดตั้งสถาบันใหมในอีกลักษณะหนึ่ง
กลาวคือ การจัดตั้งโครงการเพื่อศึกษาถึงความเปนไปไดในการจัดตั้งสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดาน
สิทธิมนุษยชน โดยโครงการดังกลาวมีลักษณะชั่วคราวและมีวัตถุประสงคเพื่อทดลองจัดตั้ง มีระยะเวลาในการ
ดําเนินงานประมาณ 2 – 3 ป
การจัดตั้งโครงการชั่วคราวจะเปนการทดลองการสนับสนุนการดําเนินงานของคณะกรรมการสิทธิ์
เพื่อถอดบทเรียน หาผลกระทบ ผลสะทอน และผลสะเทือนจากการจัดตั้งสถาบันใหมในภาพอนาคต เพื่อให
เห็นถึงความสําคัญของการมีอยูของสถาบันใหม
นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนดานสิทธิมนุษยชน กลาววา จากการที่สถาบัน ได
รวมงานและสานภารกิจดานสิทธิมนุษยชนกับ กสม. มาเปนระยะเวลานานและไดเห็นความเปลี่ยนแปลงของ
กสม. มาโดยลําดับ จึงเสนอให กสม. กลับไปพิจารณาถึงภารกิจหลักของ กสม. กอนวา “ในแตละปหรือแตละ
ชวงนั้น กสม. อยากผลักดันหรือมุงที่ประเด็นอะไร เพราะตองพิจารณาดวยวา ทรัพยากรบุคคลมีความพรอมใน
การทํางานวิจัยหรือไม” อีกทั้ง อยากใหพิจารณากอนวา “อะไรคือจุดเดน หรือความสามารถ (competency)
ของ กสม. ที่ตองการใหประชาชนรับรู...หรือตองการมีภาพลักษณแบบใดในสายตาประชาชน...และเปน
ประเด็นเรื่องใด” ซึ่ง กสม. อาจนําจุดเดนนี้มาถอดบทเรียนหรือสรางงานวิจัยกอน
กสม. มีภารกิจที่จะตองดําเนินการในลักษณะบูรณาการหรือสรางเครือขายกับหนวยงานอื่น ๆ อยูแลว
แต กสม. เคยพิจารณาหรือทบทวนภารกิจนี้บางหรือไม ดังนั้น อยากใหดําเนินการในลักษณะบูรณาการกับ
ภาคีเครือขายและหนวยงานภานในกอน แลวถอดบทเรียนจากกรณีศึกษาที่โดดเดนซึ่งเปนลักษณะเฉพาะของ
กสม. ที่มีฐานะเปน “สถาบันสิทธิมนุษยชนแหงชาติ (National Human Rights Institution: NHRI) ไมใช
สถาบันการศึกษา”
ทั้งนี้ภารกิจของ กสม. อาจแบงไดเปน 2 มิติคือ 1.) การปกปองคุมครอง (protection) และ 2.) การ
ปองปรามปองกัน (prevention) ซึ่ง ตนยังไมเห็นภาพภารกิจของ กสม. ในมิติการปองปรามปองกันที่ชัดเจน
แตก็ตองยอมรับวา หนวยงานอื่น ๆ ไมสามารถเขาถึงพื้นที่ ขอมูล หรือกลุมเปาหมายเชิงลึกไดอยาง กสม. หรือ
กลาวโดยสรุป กสม. มีความโดดเดนในการเขาถึงขอมูลและกลุมเปาหมายการวิจัยมากกวาหนวยงานอื่น ๆ
ดังนั้น ตนจึงมีความคิดเห็นวา อยากให กสม. เตรียมความพรอมและประเมินความพรอมดานองคความรูหรือ
ทรัพยากรตาง ๆ เสียกอน กอนที่จะขยายผลการดําเนินงานใหเปนสถาบันหรือองคกรที่ กสม. ตองการ
ทั้งนี้ ผูบริหารสํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ ไดสะทอนความคิดเห็นตอขอคําถามใน
การจัดตั้งสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชนมี 2 ประเด็นที่จะตองพิจารณา คือ 1.) สิ่งที่
เปนไปได และ 2.) สิ่งทราควรจะเปน
สําหรับประเด็นที่ 1 สิ่งที่เปนไปไดนั้น กสม. สามารถดําเนินการไดทันที แตก็มีขอจํากัดเรื่องการ
บริหารจัดการ อีกทั้ง ระเบียบการบริหารจัดการและการจัดซื้อจัดจางในแบบเดียวกับระบบราชการก็เปน
อุปสรรคสําคัญตอการดําเนินงานของ กสม. เชนกัน และแมวา สํานักงาน กสม. จะมีหลายกลุมงาน แตก็มี
ขอจํากัดดานบุคลากรที่ไมมีทักษะและความรูดานการทําวิจัย ดังนั้น จึงเปนปญหาเชิงระบบที่ กสม. เผชิญอยู

