Page 122 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 122

105



                                                      ภาคผนวก 6

                                           รายงานการประชุมเชิงปฏิบัติการ

                      โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดใหมีสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชน
                                               ภายใตการกํากับดูแลของ กสม.
                        วันศุกรที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เวลา 13.00 – 15.30 น. ผานระบบ Zoom Meeting

                                         …………………………………………………………………..

               1. ผูเขารวมประชุม:

                       ผูเขารวมประชุมประกอบดวยผูบริหารและเจาหนาที่ กสม. ผูแทนจากสถาบัน องคกร หรือหนวยงาน
               ที่มีภารกิจเกี่ยวของกับการดําเนินงานดานสิทธิมนุษยชน จํานวน 35 คน (แตรายชื่อที่ลงทะเบียนมีเพียง 32

               คน)

               2. รายละเอียดการประชุม :

                       สําหรับประเด็นการประชุม แบงออกเปน 2 สวน กลาวคือ 1.) ความเปนไปไดในการจัดตั้งสถาบัน
               พัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชน และ 2.) สรุปประเด็นสําคัญ โดยแตละสวนมีรายละเอียดดังนี้


                       2.1 ความเปนไปไดในการจัดตั้งสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชน

                       ตัวแทนจากหนวยงานอิสระแหงหนึ่ง มีความคิดเห็นวา ประเด็นการจัดตั้งสถาบันใหมของ กสม. นั้นมี
               ความสําคัญ เพราะเปนการพัฒนากระบวนการศึกษาวิจัยของ กสม. ใหเปนระบบ และที่มีการกลาวอางอิงการ
               จัดตั้งสถาบันพระปกเกลาฯ เพื่อสะทอนถึงรูปแบบและความเปนไปไดในการจัดตั้งสถาบันใหมนั้น สถาบัน

               พระปกเกลามีพระราชบัญญัติในการจัดตั้งเปนของตนเอง กลาวคือ “พระราชบัญญัติสถาบันพระปกเกลา พ.ศ.
               2541”3  จากการตราพระราชบัญญัติฉบับดังกลาว สถาบันพระปกเกลาจัดตั้งมาแลวเปนระยะเวลา 23 ป โดย
                     4
               การจัดตั้งสถาบันเปนการคิดคนของฝายการเมืองเพื่อสรางสถาบันที่มีวัตถุประสงคเพื่อใหเปน “คลังสมอง
               (Think tank) ในการปลูกฝงประชาธิปไตยแกสังคม”

                       ในประเด็นถึงรูปแบบการจัดตั้งสถาบันใหมของ กสม. ที่เปนไปไดดวยวา จากรูปแบบการจัดตั้งในแบบ
               ที่ 3 สามารถกระทําได เพราะแมสถาบันพระปกเกลาจะมี พรบ. เปนของตนเอง แตก็อยูภายใตการกํากับดูแล
               ของประธานรัฐสภา และมีสถานะเปน “...หนวยงานของรัฐที่ไมเปนสวนราชการตามกฎหมายวาดวยวิธีการจัด

               ระเบียบปฏิบัติราชการฝายรัฐสภา และไมเปนรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายวาดวยการงบประมาณและกฎหมายอื่น
               ...”4  ดังนั้น การบริหารงานของสถาบันพระปกเกลาจึง “...มีความกึ่ง ๆ ไปหมด...”
                  5
                       ทั้งนี้ รูปแบบที่สามารถจัดตั้งไดอยางรวดเร็วคือ การทําใหสถาบันใหมอยูภายใตการกํากูแลของ กสม.
               โดยจัดระบบใหมที่เกี่ยวของกับงานวิชาการ และเปลี่ยนชื่อสํานักงานเดิมใหมาเปนคลังสมอง หรือ think tank
               เพราะจากสถานะของงบประมาณแผนดินที่มีภาระทางการคลังคอนขางมาก จึงเปนเรื่องยากที่จะสราง



               4  พระราชบัญญัติสถาบันพระปกเกลา พ.ศ. 2541, https://www.kpi.ac.th/media/user/files/pdf/public_pdf/website-
               file/02/2.1.pdf
               5  เปนการคนควาเพิ่มเติมที่ขยายประเด็นจากการสัมภาษณของผูวิจัย สามารถดูเพิ่มเติมไดจาก มาตรา 5 แหงพระราชบัญญัติ
               สถาบันพระปกเกลา พ.ศ. 2541, เพิ่งอาง.
   117   118   119   120   121   122   123   124   125   126   127