Page 260 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 260
บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2548 ทั้งนี้
มี 4 อำาเภอที่ได้รับการยกเว้นจากพระราชกำาหนดดังกล่าว ได้แก่ อำาเภอสุไหงโก-ลก และอำาเภอสุคิริน
จังหวัดนราธิวาส อำาเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำาเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี
กสม. ขอชี้แจงในประเด็นการให้ความคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง
ว่าพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ให้ความคุ้มครองเจ้าหน้าที่เฉพาะกรณีการปฏิบัติ
600
หน้าที่โดยสุจริตเท่านั้น สำาหรับพื้นที่ที่ได้รับการยกเว้นจากการอยู่ภายใต้พระราชกำาหนดฯ ซึ่งรายงาน ฯ ระบุว่ามี
4 อำาเภอนั้น ขอชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกการบังคับใช้พระราชกำาหนดฯ ในอำาเภอ
ศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพิ่มเติมอีก 1 อำาเภอ ปัจจุบัน จึงมีพื้นที่ที่ยกเลิกการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวรวมเป็น 5 อำาเภอ
1.3 กรณีรายงานระบุว่า องค์กรที่ไม่ใช่องค์กรภาครัฐรายงานว่า ในบางครั้งทางการควบคุมผู้ชาย
ผู้หญิง และเด็กรวมกันในห้องขังของสถานีตำารวจเพื่อรอคำาสั่งฟ้อง โดยเฉพาะในสถานีตำารวจขนาดเล็กหรือ
ที่อยู่ห่างไกล ในศูนย์กักกันของสำานักงานตรวจคนเข้าเมือง ทางการควบคุมเยาวชนอายุเกิน 14 ปีรวมกับผู้ใหญ่
กสม. ขอชี้แจงในประเด็นการคุมขังเด็กว่า พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและ
วิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีเจตนารมณ์ในการคุ้มครองเด็กที่กระทำาผิด
โดยกำาหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการคุมขังเด็กและเบี่ยงเด็กออกจากกระบวนการยุติธรรมให้มากที่สุด
ส่วนกรณีเด็กเข้าเมืองผิดกฎหมาย กสม. ได้เคยมีข้อเสนอแนะต่อกระทรวงมหาดไทย สำานักงานตรวจคนเข้าเมือง
และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่า ควรพิจารณาทางเลือกอื่นแทนการกักตัวเด็กที่ติดตาม
ผู้ปกครองเพื่อแสวงหาที่พักพิงในระหว่างรอการส่งกลับประเทศต้นทางหรือเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม
โดยให้เด็กมีโอกาสอยู่ร่วมกับผู้ปกครองในสถานที่ที่เหมาะสม 601 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำาบันทึกความเข้าใจ
เพื่อมิให้มีการควบคุมตัวเด็กในห้องกักโดยจัดให้เด็กและมารดาอยู่ในบ้านพักเด็กและครอบครัวภายใต้การดูแล
ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 602
2. หมวดที่ 2 เสรีภาพในการพูดและเสรีภาพของสื่อมวลชนกรณีรายงานระบุว่า ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2562
นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ ยกเลิกคำาสั่ง คสช. 76 ฉบับ ซึ่งรวมถึงฉบับที่ห้ามการวิพากษ์วิจารณ์ด้วย “ประทุษร้าย”
และ “ข้อมูลบิดเบือน” เพื่อหวังจะ “ทำาลายความน่าเชื่อถือ” ของ คสช. หรือกองทัพ โดยเด็ดขาด สื่อยังคง
มีข้อจำากัดเนื่องจากคำาสั่งที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ทหารมีอำานาจในการห้ามการเผยแพร่สิ่งพิมพ์ใด ๆ ที่อาจนำาไปสู่
600
มาตรา 17 ของพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 บัญญัติว่า “พนักงาน
เจ้าหน้าที่และผู้มีอำานาจหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำาหนดนี้ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย
เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ในการระงับหรือป้องกันการกระทำาผิดกฎหมาย หากเป็นการกระทำาที่สุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกิน
สมควรแก่เหตุหรือไม่เกินกว่ากรณีจำาเป็น แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการตามกฎหมาย
ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
601
จาก รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ 273/2561 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2561, โดยคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.
602
จาก พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง การก�าหนดมาตรการและแนวทางแทนการกักตัวเด็กไว้ในสถานกักตัว คนต่างด้าว
เพื่อรอการส่งกลับ, โดย กระทรวงการต่างประเทศ, 2562. สืบค้นจาก http://www.mfa.go.th/main/th/ news3/6886/98779
พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ-เรื่อง-การกำาหนดมาตรการแล.html
258 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

