Page 261 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 261
“ความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” หรือ “มีข้อมูลบิดเบือนที่มีแนวโน้มที่จะสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน”
ซึ่งอาจเป็นภัยต่อความมั่นคง และอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ปิดสื่อที่วิจารณ์รัฐบาลทหาร ภาคผนวก
กสม. ขอชี้แจงว่าปัจจุบัน ประเทศไทยไม่มีประกาศหรือคำาสั่ง คสช. ที่ให้อำานาจเจ้าหน้าที่ทหาร
ห้ามการเผยแพร่ข้อมูลหรือปิดสื่อที่วิจารณ์รัฐบาลตามที่กล่าวอ้างในรายงานฯ โดยประกาศหรือคำาสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้อง
603
กับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารมีทั้งสิ้น 8 ฉบับ ซึ่งถูกยกเลิกแล้ว 6 ฉบับ 604 ส่วนที่เหลืออีก 2 ฉบับ คือ ประกาศ
คสช.ที่ 26/2557 เรื่อง การดูแลและสอดส่องการใช้สื่อสังคมออนไลน์ และคำาสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 41/2559 เรื่อง
การกำากับดูแลการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ เป็นประกาศและคำาสั่งที่ออกตามประกาศ คสช. ฉบับก่อนหน้า
ซึ่งถูกยกเลิกไปแล้วโดยคำาสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 9/2562 จึงทำาให้ประกาศและคำาสั่ง 2 ฉบับดังกล่าวสิ้นผลไปโดยปริยาย
ปัจจุบัน การนำาเสนอข่าวของสื่อมวลชนจึงเป็นไปตามกฎหมายปกติ
3. หมวดที่ 5 ท่าทีของรัฐบาลต่อการสืบสวนโดยองค์กรระหว่างประเทศและองค์กรพัฒนาเอกชน
ในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีรายงานระบุว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เป็น
คณะกรรมการอิสระที่มีภารกิจในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและจัดทำารายงานประจำาปี กสม. ได้รับคำาร้อง 727 เรื่อง
นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม ในจำานวน 446 เรื่องนี้ มี 52 เรื่องที่ กสม. รับไว้สืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม
และ 22 เรื่อง เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการกระทำามิชอบโดยตำารวจ กลุ่มสิทธิมนุษยชนยังคงวิพากษ์วิจารณ์ กสม.
กรณีไม่ยื่นฟ้องร้องผู้กระทำาการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยตนเองหรือในนามของผู้ร้องเรียน เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม
มีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2 คน ลาออก โดยมีรายงานว่าสาเหตุมาจากความไม่พอใจวิธีการดำาเนินงาน
ภายในซึ่งขัดขวางไม่ให้กรรมการรับคำาร้องโดยตรงจากสาธารณชน และลิดรอนการมีส่วนร่วมกับภาคประชา
สังคมของกรรมการ เนื่องจากมีกรรมการ 2 คนลาออกจาก กสม. ก่อนหน้านี้ การลาออกของกรรมการทั้งสองคนนี้
ทำาให้จำานวนกรรมการลดลงเหลือ 3 คน จากปกติ 7 คน ในเดือนพฤศจิกายน ประธานศาลฎีกาและประธานศาล
ปกครองสูงสุดใช้อำานาจหน้าที่ในการแต่งตั้งกรรมการ 4 คนเป็นการชั่วคราว ทำาให้ กสม. มีกรรมการเต็มจำานวน
603
1) ประกาศ คสช. ที่ 12/2557 เรื่อง ขอความร่วมมือจากสื่อสังคมออนไลน์ (โดยให้อำานาจ คสช. ระงับการให้บริการ
ได้ทันที)
2) ประกาศ คสช. ที่ 14/2557 เรื่อง ห้ามสร้างความขัดแย้งหรือต่อต้านการปฏิบัติงานของ คสช.
3) ประกาศ คสช. ที่ 17/2557 เรื่อง การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต
4) ประกาศ คสช. ที่ 18/2557 เรื่อง การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ
5) ประกาศ คสช.ที่ 26/2557 เรื่อง การดูแลและสอดส่องการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (การแต่งตั้งคณะทำางานเพื่อ
ตรวจสอบการเผยแพร่ข้อมูลเชิงยั่วยุ สร้างความรุนแรง ไม่น่าเชื่อถือ ไม่เคารพกฎหมาย ต่อต้านการปฏิบัติงานของ คสช. ตามประกาศ
12/2557 และ 17/2557 โดยมีอำานาจระงับการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว)
6) ประกาศ คสช. ที่ 97/2557 เรื่อง การให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของ คสช. และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
ต่อสาธารณะ (ให้อำานาจ คสช.ระงับการจำาหน่าย จ่าย แจก หรือเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งการออกอากาศของรายการโดยทันที)
7) ประกาศ คสช. ที่ 103/2557 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คสช. ที่ 97/2557 (แก้ไขกรณีการวิพากษ์วิจารณ์
การปฏิบัติงานของ คสช. ต้องมีเจตนาไม่สุจริตเพื่อทำาลายความน่าเชื่อถือของ คสช. ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ และการฝ่าฝืนกรณีดังกล่าว
อาจส่งเรื่องให้องค์กรวิชาชีพดำาเนินการสอบสวนทางจริยธรรม)
8) คำาสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 41/2559 เรื่อง การกำากับดูแลการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ (คุ้มครองการใช้อำานาจ
โดยสุจริต กสทช. ไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย)
604
ประกาศ คสช. ที่ 14/2557 และ 18/2557 ถูกยกเลิกโดยประกาศ คสช. ที่ 97/2557 ส่วนประกาศ คสช. ที่ 12/2557,
17/2557, 97/2557 และ 103/2557 ถูกยกเลิกโดยคำาสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 9/2562 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 259

