Page 257 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 257
ภาคผนวก
คำาชี้แจงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ที่ 3/2563
กรณีรายงานเรื่อง “มีคนจับตาดูอยู่จริง ๆ : ข้อจำากัดเสรีภาพในการแสดงออกออนไลน์ในประเทศไทย”
ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล
ตามที่องค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เผยแพร่รายงานเรื่อง “มีคนจับตาดูอยู่จริง ๆ : ข้อจำากัดเสรีภาพ
ในการแสดงออกออนไลน์ในประเทศไทย” (They are always watching: Restrictions on freedom of expression
online in Thailand) เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2563 นั้น
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้พิจารณารายงานดังกล่าวตามหน้าที่และอำานาจที่บัญญัติ
ไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 (4) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 26 (4) และมาตรา 44 แล้วเห็นว่า รายงานมุ่ง
นำาเสนอความเห็นต่อเหตุการณ์เกี่ยวกับการจำากัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการแสดงออกออนไลน์
ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2562 ที่ได้จากการสัมภาษณ์บุคคลและมุ่งให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาลและรัฐสภา ซึ่งไม่เข้าลักษณะ
รายงานที่ กสม.พึงจัดทำาคำาชี้แจงตามหน้าที่และอำานาจข้างต้น คงเหลือแต่เนื้อหาในรายงานบางส่วนมีข้อเท็จจริงที่
ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม จึงขอชี้แจงรวมทั้งให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในประเด็นดังกล่าว ดังนี้
กรณีรายงานระบุว่า พระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งประกาศ
ใช้ครั้งแรกในปี 2548 และประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 เพื่อตอบสนองต่อการระบาดของไวรัส
โควิด-19 ให้อำานาจหน่วยงานของรัฐจำากัดเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิมนุษยชนอื่น หากผู้ใดละเมิด
ข้อกำาหนดที่คลุมเครือของกฎหมาย นั้น
ขอชี้แจงว่า พระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มีผลใช้บังคับตั้งแต่
วันที่ 17 กรกฎาคม 2548 ส่วนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26
มีนาคม 2563 มาตรการจำากัดเสรีภาพในการแสดงออกตามข้อกำาหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำาหนด
การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) เป็นการห้ามเสนอข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา (โควิด-19) ที่ไม่เป็นความจริงหรือมีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ซึ่งอาจทำาให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวหรือ
เข้าใจผิด เป้าหมายของมาตรการนี้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติขององค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับการสื่อสารในสถานการณ์
599
แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ระบุว่า การให้ข้อมูลที่ถูกต้องในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคมีความสำาคัญ
599
Interim guidance on risk communication and community engagement readiness and response
to coronavirus disease (COVID-19), องค์การอนามัยโลก, มีนาคม 2563.
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 255

