Page 265 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 265

กสม. ขอชี้แจงกรณีการแต่งกายของนักศึกษาว่า กสม. ได้มีข้อเสนอแนะไปยังสถานศึกษาและหน่วยงาน
               ของรัฐที่เกี่ยวข้องขอให้พิจารณาแก้ไขกฎหรือระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการแต่งกายในการเข้าเรียน สอบ ฝึกปฏิบัติงาน   ภาคผนวก

               และการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558
               โดยเห็นว่าการที่นิสิตนักศึกษาแต่งกายตามวิถีทางเพศในลักษณะเรียบร้อยและถูกต้องตามกฎระเบียบข้อบังคับ
               ว่าด้วยการแต่งกายที่มหาวิทยาลัยได้กำาหนดไว้ การแต่งกายที่ไม่ตรงกับเพศกำาเนิดไม่ได้มีผลกระทบต่อนิสิตนักศึกษาอื่น ๆ
               ที่เข้าเรียนและเข้าสอบวัดผล และการที่มหาวิทยาลัยกำาหนดให้บัณฑิตต้องแต่งกายชุดครุยวิทยฐานะตามเพศกำาเนิด

               เท่านั้นมีลักษณะเป็นการจำากัดการแสดงออกซึ่งอัตลักษณ์ของบุคคลโดยไม่ได้มีเหตุผลความจำาเป็นเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพ
               ความปลอดภัยหรือการปฏิบัติตามหลักการทางศาสนาแต่อย่างใด ซึ่งได้มีมหาวิทยาลัยจำานวนหนึ่งยอมรับและดำาเนินการ
               ตามข้อเสนอแนะดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 ประธานคณะกรรมการส่งเสริม
               ความเท่าเทียมระหว่างเพศ (สทพ.) ได้เป็นประธานในพิธีลงนามประกาศเจตนารมณ์ “การส่งเสริมความเสมอภาค

               และขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ”พร้อมมอบนโยบายการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ
               ในสังคม ซึ่งการแต่งกายตามอัตลักษณ์ทางเพศสภาพหรือเพศสภาวะของบุคคลเป็นหนึ่งในนโยบายดังกล่าว โดยมีหน่วยงาน
               ของรัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาเข้าร่วม 24 แห่ง 607

                        4.3 กรณีรายงานระบุว่า การคุกคามทางเพศเป็นการกระทำาที่ผิดกฎหมายทั้งในภาครัฐและภาค
               เอกชน กฎหมายกำาหนดปรับโทษผู้ที่ถูกศาลตัดสินว่าคุกคามทางเพศต่อผู้อื่นเป็นจำานวนเงินไม่เกิน 20,000 บาท
               (666 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยการคุกคามทางเพศที่ถือว่าเป็นการกระทำาอนาจารอาจต้องโทษจำาคุกสูงสุด 15 ปี
               และโทษปรับสูงสุด 30,000 บาท (1,000 ดอลลาร์สหรัฐ) นอกจากนี้ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

               พลเรือนห้ามมิให้คุกคามทางเพศ และกำาหนดบทลงโทษไว้ 5 ระดับ คือ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือน
               สั่งพักราชการ และไล่ออก องค์กรนอกภาครัฐอ้างว่า คำาจำากัดความตามกฎหมายของคำาว่าการคุกคามทางเพศ
               มีความคลุมเครือและทำาให้การดำาเนินคดีประเภทนี้เป็นเรื่องลำาบาก ซึ่งทำาให้การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว

               ไม่มีประสิทธิผล

                           กสม. ขอชี้แจงในประเด็นความคลุมเครือของคำาจำากัดความของการคุกคามทางเพศว่า เมื่อเดือน

               กุมภาพันธ์ 2558 ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 กำาหนดโทษสำาหรับการกระทำาที่มีลักษณะ
               เป็นการคุกคามทางเพศ ซึ่งได้แก่การกระทำาด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำา
               ให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำาคาญ ครอบคลุมถึงการกระทำาในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำานัลหรือ
               เป็นการกระทำาอันมีลักษณะส่อไปในทางที่จะล่วงเกินทางเพศ และกระทำาโดยอาศัยเหตุที่ผู้กระทำามีอำานาจเหนือ
               ผู้ถูกกระทำาอันเนื่องจากความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา นายจ้าง หรือผู้มีอำานาจเหนือประการอื่น 608

               นอกจากนี้ ในกฎ ก.พ. ว่าด้วยการกระทำาอันเป็นการล่วงละเมิดหรือการคุกคามทางเพศ พ.ศ. 2553 ออกตามความ
               ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ได้กำาหนดลักษณะการกระทำาที่ถือว่าเป็นการคุกคาม
               ทางเพศไว้เพียงพอ ได้แก่ การกระทำาด้วยการสัมผัสทางกาย ด้วยวาจา อากัปกิริยา การแสดงหรือการสื่อสารด้วยวิธีการใด ๆ








                       607
                          จาก พม. จับมือ 24 หน่วยงาน ร่วมประกาศเจตนารมณ์ “มุ่งมั่นในการสร้างสังคมเสมอภาค ปราศจากการเลือก
               ปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ”, โดย ROYAL THAI GOVERNMENT, 2563. สืบค้นจาก https://www.thaigov.go.th/news/
               contents/details/26854
                       608
                          พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2558, ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 132 ตอนที่
               10 ก วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558.


                                                                                          รายงานผลการประเมินสถานการณ์
                                                                                     ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563  263
   260   261   262   263   264   265   266   267   268   269   270