Page 259 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 259
ภาคผนวก
คำาชี้แจงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ที่ 4/2563
กรณีรายงานด้านสิทธิมนุษยชนประจำาปี พ.ศ. 2562 ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา
ตามที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่เอกสารรายงานด้านสิทธิมนุษยชนประจำาปี พ.ศ. 2562
(2019 Human Rights Report) ซึ่งมีการนำาเสนอสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยในช่วงปี 2562 นั้น
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พิจารณาแล้วเห็นว่า รายงานดังกล่าวมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ
สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยบางประเด็นที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม จึงเห็นควรจัดทำาคำาชี้แจงหรือรายงาน
ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ตามหน้าที่และอำานาจที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 (4) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 26 (4) และมาตรา 44 ในประเด็นดังต่อไปนี้
1. หมวดที่ 1 การเคารพบูรณภาพแห่งบุคคล อันรวมถึงการปลอดจากการสังหารตามอำาเภอใจหรือ
การสังหารที่ผิดกฎหมายหรือมีเหตุจูงใจทางการเมือง
1.1 กรณีรายงานกล่าวว่า มีรายงานจำานวนมากระบุว่ารัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐสังหารตามอำาเภอใจ
หรือผิดกฎหมาย สำานักการสอบสวนและนิติการ กระทรวงมหาดไทย รายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง
ซึ่งได้แก่ ตำารวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่น ๆ ได้สังหารผู้ต้องสงสัย 39 รายขณะดำาเนินการจับกุมระหว่างวันที่
1 ตุลาคม 2561 ถึงวันที่ 25 กันยายน 2562 อันเป็นจำานวนที่เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ถึงกว่า 3 เท่า ทางการระบุว่า
จำานวนที่เพิ่มขึ้นมีสาเหตุมาจากการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงกับผู้ค้ายาติดอาวุธ
ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งมักจะอยู่ตามแนวชายแดนพม่า
กสม. ขอชี้แจงว่า การกล่าวอ้างว่ามีการสังหารตามอำาเภอใจหรือผิดกฎหมาย 39 ราย
ในปีงบประมาณ 2562 นั้น เป็นการอ้างสถิติโดยไม่มีรายละเอียดเพียงพอที่จะนำาไปสู่ข้อสรุปดังกล่าวได้
จากการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนของ กสม. หลายกรณีพบว่า การเสียชีวิตของผู้ต้องสงสัยมีกรณีที่เกิดขึ้นในระหว่าง
การต่อสู้ในขณะจับกุม แต่บางกรณีไม่สามารถระบุชัดเจนได้ว่าเป็นการเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
หรือไม่ เนื่องจากไม่มีหลักฐานเพียงพอ
1.2 กรณีรายงานระบุว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติว่า “การทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธี
การโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมจะกระทำามิได้” อย่างไรก็ดี พระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์
ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ให้ความคุ้มครองเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงให้ไม่ต้องถูกดำาเนินคดีตามกฎหมายจากการกระทำา
ในระหว่างปฏิบัติตามหน้าที่ นับจนถึงเดือนกันยายน คณะรัฐมนตรีได้ขยายเวลาการบังคับใช้พระราชกำาหนดการ
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 257

