Page 254 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 254
ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2561 เรื่อง การให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำาเนินกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งเป็นการยกเลิก
คำาสั่งหัวหน้า คสช. หลายฉบับ ทำาให้ประชาชนและพรรคการเมืองสามารถดำาเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ตั้งแต่
วันที่ 11 ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป และหลังจากการเลือกตั้ง หัวหน้า คสช. ได้มีคำาสั่งที่ 9/2562 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม
2562 ยกเลิกประกาศ คสช. และคำาสั่งหัวหน้า คสช. หลายฉบับที่หมดความจำาเป็น
2. การควบคุมตัวโดยทหาร การทรมานโดยทหาร และศาลทหาร และการบังคับบุคคลให้สูญหาย กรณีที่
รายงานว่า การทรมานเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างยาวนานในประเทศไทย แต่ประมวลกฎหมายอาญายังไม่ยอมรับ
ว่าการทรมานเป็นความผิดทางอาญา และประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครอง
บุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับเมื่อเดือนมกราคม 2555 แต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบัน ในส่วนของประมวล
กฎหมายอาญาของไทยยังไม่มีบทบัญญัติในความผิดเกี่ยวกับการบังคับบุคคลให้สูญหายไว้เป็นการเฉพาะ
ขอชี้แจงว่า แม้ประมวลกฎหมายอาญาของประเทศไทยจะยังไม่มีการบัญญัติให้ความผิดฐานทรมานตาม
อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และการกระทำาอื่น ๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยชน หรือที่ยำ่ายีศักดิ์ศรี และความผิด
ฐานบังคับบุคคลให้สูญหายตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดย
ถูกบังคับเป็นความผิดทางอาญา แต่ประมวลกฎหมายอาญาของไทยบางมาตราได้กำาหนดฐานความผิดที่ทำาให้สามารถ
ดำาเนินคดีกับผู้กระทำาความผิดที่เกี่ยวกับการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหายได้ ได้แก่ มาตรา 289 (5) ความผิดต่อชีวิต
(การฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำาทารุณโหดร้าย) มาตรา 295 และมาตรา 296 ความผิดต่อร่างกาย (การทำาร้าย
ผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจโดยมีลักษณะเป็นการทรมานหรือกระทำาทารุณโหดร้าย) มาตรา 310
ความผิดต่อเสรีภาพ (การหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังหรือกระทำาด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย)
และมาตรา 157 ความผิดของเจ้าพนักงานกรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ในส่วนของการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับพันธกรณีตามอนุสัญญาดังกล่าว รัฐบาลได้จัดทำา
ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำาให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ซึ่งกำาหนดให้การทรมาน
และการบังคับบุคคลให้สูญหายตามอนุสัญญาทั้งสองฉบับข้างต้นเป็นความผิดอาญา เสนอไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
แต่ร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่ผ่านความเห็นชอบเนื่องจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติหมดวาระลงก่อน คณะรัฐมนตรีจึงได้
นำาร่างกฎหมายฉบับนี้กลับมาจัดการรับฟังความเห็นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำาร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
พ.ศ. 2562 ปัจจุบัน การรับฟังความเห็นเสร็จสิ้นแล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการดำาเนินการตามขั้นตอน
ก่อนเสนอร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป
3. นักปกป้องสิทธิมนุษยชน
3.1 กรณีที่รายงานระบุว่า แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากภาคประชาสังคม แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ดำาเนิน
การอย่างเป็นรูปธรรมในการยุติการดำาเนินคดีเพื่อปิดปากเพื่อต่อต้านการมีส่วนร่วมของประชาชน (SLAPP)
ซึ่งกระทำาโดยหน่วยงานของรัฐและบริษัทเอกชนเพื่อข่มขู่คุกคามนักกิจกรรมและนักรณรงค์ด้านสิทธิ
ในประเด็นการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนนี้ สำานักงานศาลยุติธรรมได้มีการปรับปรุงกฎหมาย
เพื่อป้องกันการดำาเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน (Strategic Lawsuit Against Public
Participation: SLAPP) โดยเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2 มาตรา ได้แก่ มาตรา 161/1 เพื่อให้
ศาลสามารถใช้ดุลพินิจสั่งไม่รับฟ้องคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ หากศาลพิจารณาว่าผู้ฟ้องคดีมีเจตนาไม่สุจริตหรือบิดเบือน
ข้อเท็จจริงเพื่อกลั่นแกล้งจำาเลย และมาตรา 165/2 เพื่อให้จำาเลยสามารถนำาพยานมาสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โดยแถลงให้
252 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

