Page 150 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 150

ในจำานวนหรือสัดส่วนที่สูง กล่าวคือ ในปี 2563 กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษามีผลการพิจารณาให้กู้ยืมในการศึกษา
            ทุกระดับที่สูงกว่าร้อยละ 75 เป็นจำานวนนักเรียน นักศึกษา 538,398 คน อีกทั้งยังขยายโอกาสในการเข้าถึงการกู้ยืม

            ได้มากขึ้นผ่านการแก้ไขคุณสมบัติรายได้ของครอบครัว ในส่วนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
            ตั้งแต่ปี 2561 กองทุนฯ ได้ให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และอยู่นอกระบบการศึกษารวมมากกว่า
            1,100,000 คน โดยในปีงบประมาณ 2562 รัฐบาลให้การสนับสนุนงบประมาณแก่กองทุนดังกล่าวสูงถึง 2,500,000,000 บาท
            ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอแนะของ กสม. ในรายงานผลการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนปี 2562 ที่เสนอให้รัฐบาล

            สนับสนุนกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าการดำาเนินงานของ
            ทั้งสองกองทุนยังไม่ส่งผลให้ประชากรวัยเรียนที่เข้าไม่ถึงการศึกษามีสัดส่วนลดลงอย่างมีนัยสำาคัญ

                    ในปี 2563 ประเด็นผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาถูกท้าทายจากสถานการณ์การว่างงานซึ่งอยู่ในสัดส่วนที่สูงกว่า
            หลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ส่งผลให้เกิดการลดขนาดกิจการหรือปิดกิจการ
            สัดส่วนการจ้างงานโดยรวมจึงลดลง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้มีความพยายามในการส่งเสริมให้ผลสัมฤทธิ์ของสิทธิด้านการ

            ศึกษามีความเชื่อมโยงต่อเนื่องกับสิทธิขั้นพื้นฐานประการอื่น โดยเฉพาะสิทธิหรือโอกาสในการประกอบอาชีพ โดยการ
            กำาหนดมาตรการสนับสนุนการจ้างงานนักเรียน นักศึกษาที่จบการศึกษาใหม่ ผ่านการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน
            ผู้ประกอบการและนายจ้าง รวมทั้งจัดทำาช่องทางเข้าถึงมาตรการดังกล่าวผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่เข้าถึงได้โดย
            สะดวก

                    ปัญหาหรืออุปสรรค สถิติประชากรที่เข้าไม่ถึงการศึกษายังอยู่ในระดับที่น่าห่วงกังวล โดยในปีการศึกษา 2562

            มีประชากรในวัยเรียนที่ไม่ได้รับการศึกษาตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรีมากถึงกว่า 2 ล้านคน
            คิดเป็นร้อยละ 17.6 ของประชากรวัยเรียนทั้งหมด ในจำานวนนี้เป็นผู้เข้าไม่ถึงการศึกษาพื้นฐาน (จนถึงชั้นมัธยมศึกษา
            ตอนปลาย) ประมาณ 900,000 คน สัดส่วนของผู้ที่เข้าไม่ถึงการศึกษาค่อนข้างคงที่เมื่อเปรียบเทียบกับ 2 ปีก่อนหน้า
            แม้ว่าจำานวนนักเรียนระดับประถมศึกษาจะมีมากกว่าจำานวนประชากรในวัยเรียนซึ่งอาจเป็นผลมาจากการมีกลุ่ม

            นักเรียนที่อาจติดตามพ่อแม่ที่เป็นแรงงานต่างด้าวมาเข้าสู่ระบบการศึกษาของไทย อย่างไรก็ดี สถิตินักเรียนที่ออกจาก
            การศึกษากลางคันลดลงอย่างชัดเจนในปีการศึกษา 2562 และอยู่ในระดับที่ตำ่ามากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กล่าวคือลดลง
            จาก 9,705 คนในปีการศึกษา 2561 เหลือเพียง 1,466 คน

                    ในปีการศึกษา 2562 การออกจากการศึกษากลางคันส่วนมากยังคงมีสาเหตุมาจากปัญหาในการปรับตัว
            ปัญหาครอบครัว การหาเลี้ยงครอบครัว และการอพยพตามผู้ปกครอง ซึ่งประเด็นการเข้าถึงการศึกษาและการออกจาก
            การศึกษากลางคันนี้ยังไม่ปรากฏแนวทางหรือมาตรการในการแก้ไขปัญหาในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579

            ดังนั้น แม้ว่ารัฐบาลค่อนข้างประสบความสำาเร็จในการรักษาเด็กไว้ในระบบการศึกษา แต่เด็กกลุ่มดังกล่าวมีจำานวนเพียง
            หลักพันเท่านั้น ซึ่งน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่ยังไม่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานประมาณ 900,000 คน ซึ่งยังไม่พบ
            ผลการดำาเนินการที่เป็นรูปธรรมในการนำาเด็กกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบการศึกษา จึงอาจกล่าวได้ว่ารัฐบาลยังไม่สามารถดำาเนินการ

            ให้สอดคล้องกับข้อสังเกตของคณะกรรมการประจำากติกา ICESCR ในการเสนอรายงานการปฏิบัติตามกติกาฯ
            ของประเทศไทย และข้อสังเกตของคณะกรรมการประจำาอนุสัญญา CRC ในส่วนสิทธิด้านการศึกษาว่ารัฐควรดำาเนินการ
            เพื่อประกันว่าเด็กทุกคนในประเทศจะเข้าถึงการศึกษา รวมทั้งมีมาตรการเพื่อแก้ไขสาเหตุของการออกจากโรงเรียนกลางคัน

                    ในด้านคุณภาพการศึกษา ปี 2563 เป็นการติดตามผลการสอบ O-NET ที่ต่อเนื่องตั้งแต่ปีการศึกษา
            2560-2562 ซึ่งสถานการณ์ของแต่ละปีการศึกษานั้นไม่มีความแตกต่างจากปีก่อน และเป็นประเด็นที่น่าห่วง

            กังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากคะแนนเฉลี่ยของการสอบอยู่ในเกณฑ์ตำ่าอย่างมาก ซึ่งคะแนนสอบโดยเฉลี่ยของแต่ละวิชา
            ในการศึกษาช่วงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 ส่วนมากไม่ถึงร้อยละ 50 อีกทั้ง
            เมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยระหว่างโรงเรียนที่ตั้งในเมืองกับโรงเรียนที่ตั้งนอกเมืองพบว่า มีความแตกต่างกันสูง




       148    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
              National Human Rights Commission of Thailand
   145   146   147   148   149   150   151   152   153   154   155