Page 151 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 151
โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษของทุกระดับชั้น กรณีจึงสะท้อนถึงคุณภาพการศึกษาและความเหลื่อมลำ้าทางการศึกษา
ที่ไม่เป็นไปตามหลักการที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 ที่กำาหนด
เป้าหมายผลการทดสอบ O-NET ที่แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ความห่วงกังวลดังกล่าวนี้ยังนำามาซึ่งการวิพากษ์
วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของการสอบ ระดับความยากง่ายของข้อสอบ และความจำาเป็นในการนำาผลคะแนนไปศึกษา
ต่อในระดับอุดมศึกษา ซึ่งต่อมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แสดงถึงความพยายามในการสร้างความร่วมมือที่จะศึกษา
ความเป็นไปได้ในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาและสถานการณ์ดังกล่าวบ้างแล้ว แต่ยังเป็นขั้นตอนในชั้นความคิดที่ การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
ยังไม่ชัดเจนว่าจะนำาไปสู่การกำาหนดนโยบายที่มีผลในทางปฏิบัติอย่างไรและเมื่อใด ก่อนที่ในระยะต่อมาจะปรากฏ
การเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษาจากกลุ่มนักเรียนเลวซึ่งมีความเชื่อมโยงกับประเด็นคุณภาพและความเหลื่อมลำ้า
ทางการศึกษา
ข้อเสนอแนะ กสม. มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อรัฐบาลในการส่งเสริมสิทธิด้านการศึกษา ดังนี้
1. รัฐบาลควรศึกษาปัญหาการเข้าไม่ถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานของประชากรวัยเรียนประมาณ 900,000 คน
ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของปัญหา และกำาหนดมาตรการแก้ไข โดยควรบรรจุไว้ในแผนการศึกษาระดับชาติทั้งในระยะสั้น
และระยะยาว รวมทั้งมีการติดตามประเมินผลความก้าวหน้าเป็นระยะ นอกจากนี้ ยังควรมีมาตรการแก้ไขปัญหา
นักเรียนออกจากโรงเรียนกลางคัน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีปัญหาในการปรับตัวและมีปัญหาครอบครัว เพื่อกำาหนดแนวทาง บทที่ 4
ให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดต่อไป
2. รัฐบาลควรสนับสนุนการดำาเนินงานของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และกองทุนเพื่อความเสมอภาค
ทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นกลไกช่วยเหลือและส่งเสริมสิทธิของบุคคลในการเข้าถึงการศึกษาในทุกระดับ
ตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐานไปจนถึงระดับอุดมศึกษา ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีงานทำามากขึ้น รวมทั้งอาจพิจารณา
ทบทวนการดำาเนินงาน รวมถึงการทำางานเชิงรุกเพื่อค้นหาเด็กที่ออกจากโรงเรียนกลางคันหรืออยู่นอกระบบการ
ศึกษาเพราะสาเหตุอื่น ๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากสาเหตุความยากจนหรือขาดแคลนทุนทรัพย์ และให้ความช่วยเหลือ
ที่เหมาะสมเพื่อให้เด็กกลุ่มนี้ได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อให้ประชากรวัยเรียนที่ได้รับการศึกษาจนจบการศึกษา
ขั้นพื้นฐานเป็นอย่างน้อยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
3. รัฐบาลควรเร่งกำาหนดนโยบายที่มีผลต่อการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยการสร้างกลไก
การทำางานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษา รวมทั้งให้นักเรียน
และบุคลากรทางการศึกษาในทุกระดับชั้นมีส่วนร่วมในการศึกษาความเหมาะสมของการทดสอบ O-NET การนำาไป
ใช้ประโยชน์ ขอบเขตเนื้อหา และความยากง่ายของข้อสอบที่คำานึงถึงการประเมินความรู้พื้นฐานเป็นสำาคัญ และประกัน
ว่ากลไกดังกล่าวจะมีผลต่อการดำาเนินงานเชิงนโยบายและการปฏิบัติ รวมทั้งพิจารณาการเรียนการสอนในทุกระดับชั้น
ให้มีมาตรฐาน เพื่อลดช่องว่างความแตกต่างระหว่างโรงเรียนที่ตั้งในเมืองกับโรงเรียนที่ตั้งนอกเมืองให้ลดลงตามลำาดับ
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 149

