Page 155 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 155

4.4.2 สิทธิชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์


                          ประเทศไทยมีจำานวนกลุ่มชาติพันธุ์ที่ตั้งถิ่นฐานกระจายตัวอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ จำานวน 67 จังหวัด
               56 กลุ่ม โดยมีประชากรรวมกันกว่า 6 ล้านคน ทั้งที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง กลุ่มชาติพันธุ์ที่ตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ราบ
                                                                       330
               กลุ่มชาติพันธุ์ที่ตั้งถิ่นฐานในทะเล และกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในป่า  โดยยังมีกลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่มที่ยังประสบ
               กับปัญหาเรื่องที่ทำากินและที่อยู่อาศัยที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกับรัฐมาเป็นระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มชาติพันธุ์

               ชาวกะเหรี่ยง และกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล จนกระทั่งเมื่อปี 2553 คณะรัฐมนตรีได้มีมติที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์  การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
               ดังกล่าว 2 ครั้ง คือ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 เรื่องแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง
               และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 ว่าด้วยการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองและ
               ส่งเสริมวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการดำาเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวยังไม่ได้รับการปฏิบัติ

               อย่างจริงจัง อันเนื่องมาจากการไม่มีเป้าหมายและแผนการดำาเนินการอย่างชัดเจน ความไม่เข้าใจของหน่วยงานและ
               เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง การขาดแคลนงบประมาณ การยึดถือกฎระเบียบของหน่วยงานที่มีอยู่เดิม รวมทั้งการขาด
               แนวคิดและทักษะในการทำางานร่วมกันกับชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานราชการในระดับต่าง ๆ 331
               ทำาให้แม้มีการออกมติดังกล่าวแล้ว ยังคงมีกรณีการดำาเนินการของเจ้าหน้าที่ที่กระทบต่อวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์

               เช่น การเผาบ้านของชาวกะเหรี่ยงโดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เมื่อปี 2554 เพื่อไล่รื้อที่อยู่อาศัย    บทที่ 4
               ซึ่งเมื่อกรกฎาคม 2563 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้แจ้งความดำาเนินคดี
               กับชาวบ้านบางกลอยในข้อหายึดถือหรือครอบครองที่ดิน แผ้วถาง หรือเผาป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
               โดยมีข้อสังเกตว่าชาวบ้านกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยฟ้องร้องดำาเนินคดีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จากกรณีการเผาบ้าน
                                 332
               เมื่อปี 2554 มาก่อน  หรือกรณีมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2563 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติถำ้าผาไท
               พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าสงวนแห่งชาติ สนธิกำาลังกันเข้ายึดไม้ในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านกลาง หมู่ที่ 5 ตำาบลบ้านดง
               อำาเภอแม่เมาะ จังหวัดลำาปางและกล่าวอ้างถึงการกระทำาความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 โดยชาวบ้าน
               ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเห็นว่าเป็นการใช้ประโยชน์ตามปกติธุระในผืนป่าชุมชนที่ดูแลมากว่า 300 ปี เพื่อสร้างศาลา

               อเนกประสงค์โบสถ์คริสต์ในชุมชนและได้รับความคุ้มครองตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 333



















                       330
                          จาก แผนแม่บทการพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย (พ.ศ. 2558-2560), โดย กระทรวงพัฒนาสังคมและ
               ความมั่นคงของมนุษย์.
                       331
                          จาก รายงานฉบับสมบูรณ์ สิทธิของชุมชนชาวกะเหรี่ยง (ปกาเกอญอ) กับการด�าเนินเขตวัฒนธรรมพิเศษไร่หมุนเวียน
               ในพื้นที่ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาข้อพิพาทกรณีที่ดินท�ากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่ป่าภาคเหนือ. เล่มเดิม.
               (น. 26).
                       332
                          ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่หัวข้อ 3.2 การกระทำาทรมาน การบังคับสูญหาย นักปกป้องสิทธิมนุษยชน.
                       333
                          จาก พิพาท! เจ้าหน้าที่อุทยานยึดไม้สร้างโบสถ์ชาวบ้านกลางดง จังหวัดล�าปาง, โดย วอยส์ออนไลน์, 2563. สืบค้นจาก
               https://www.voicetv.co.th/read/8dJ8oels6


                                                                                          รายงานผลการประเมินสถานการณ์
                                                                                     ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563  153
   150   151   152   153   154   155   156   157   158   159   160