Page 120 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 120
218
ให้แรงงานต่างด้าว 4 กลุ่ม สามารถขยายระยะเวลาในการอยู่ในประเทศไทยและทำางานต่อไปได้ตามเงื่อนไข
ที่ประเทศไทยกำาหนดในแต่ละกลุ่มของแรงงาน 219
ปัญหาแรงงานต่างด้าวที่พบในปี 2563 ได้แก่ แรงงานต่างด้าวประสบปัญหาการเลิกจ้าง ไม่มีงานทำา
ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการดำารงชีวิต ปัญหาการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม การไม่รู้สิทธิตามกฎหมายแรงงาน
เนื่องจากมีอุปสรรคด้านภาษา ในส่วนของแรงงานที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคมไม่มีสวัสดิการทางสังคมเมื่อถูก
เลิกจ้างจึงไม่ได้รับค่าชดเชยกรณีว่างงาน เช่น กรณีแรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมารายหนึ่งอุ้มท้อง 4 เดือน
ได้ขอรับความช่วยเหลือจากกระทรวงแรงงาน เนื่องจากตกงานเพราะสถานประกอบการปิดกิจการจากการแพร่ระบาด
ของโรคโควิด 19 ทำาให้ไม่มีงานทำา ไม่มีรายได้ และไม่มีญาติพี่น้องอาศัยอยู่ในประเทศไทย จึงต้องการขอความ
ช่วยเหลือในการเดินทางกลับประเทศ โดยกระทรวงแรงงานได้ประสานไปยังทูตแรงงานเมียนมาประจำาประเทศไทย
220
เพื่อส่งกลับประเทศต้นทางตามขั้นตอน หรือกรณีชายชาวกัมพูชาทำางานที่ร้านหมูกระทะแห่งหนึ่งใน
จังหวัดสมุทรสาคร ต่อมาร้านดังกล่าวปิดตัวลงทำาให้ขาดรายได้ในทันทีและไม่มีรายได้เพียงพอในการดำารงชีวิต และ
กรณีชาวเมียนมาทำางานอยู่ในโรงงานเฉาก๊วยแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ทำาให้ขาด
รายได้ในทันที 221 หรือกรณีแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาและแรงงานชาวไทยบางส่วนจำานวน 60 คน รวมตัวเรียกร้อง
ขอความเป็นธรรมกรณีเดือดร้อนจากการที่บริษัทยังคงค้างจ่ายค่าจ้างอยู่เกือบ 3 เดือน โดยศูนย์ดำารงธรรมจังหวัดภูเก็ต
และสำานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานภูเก็ตได้รับเรื่องไว้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและทำาการช่วยเหลือบรรเทา
ความเดือดร้อนต่อไป 222 ซึ่งกรมการจัดหางานได้ให้ข้อมูลว่าแรงงานข้ามชาติในระบบทุกคนจะได้รับการคุ้มครองตาม
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยให้การคุ้มครองเหมือนแรงงานไทยทุกประการ ไม่ว่าจะได้รับผลกระทบ
223
จากโรคโควิด 19 หรือปัจจัยอื่น ทั้งนี้ ข้อมูลการร้องทุกข์ของแรงงานต่างด้าวของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
เมื่อปี 2563 มีจำานวนลูกจ้างต่างด้าวยื่นคำาร้องทั้งสิ้น 3,705 คน พนักงานตรวจแรงงานได้เรียกร้องสิทธิประโยชน์
218
แรงงาน 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1) แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เข้ามาทำางานตามข้อตกลง MoU
ซึ่งครบวาระการจ้างงาน 4 ปี กลุ่มที่ 2) แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ ถือเอกสาร
ประจำาตัว และการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดในช่วงตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2562 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563
แต่ไม่ได้ดำาเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 กลุ่มที่ 3) แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา
ที่เข้ามาทำางานตามข้อตกลง MoU ที่การอนุญาตทำางานสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมายตามมาตรา 50 มาตรา 53 และมาตรา 55
แห่งพระราชกำาหนดการบริหารจัดการการทำางานของคนต่างด้าว กลุ่มที่ 4) แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำางานโดยใช้บัตรผ่านแดน
(Border Pass) ตามความตกลงว่าด้วยการข้ามแดน ซึ่งเข้ามาทำางานในลักษณะไป - กลับ หรือตามฤดูกาล ตามมาตรา 64
แห่งพระราชกำาหนดการบริหารจัดการการทำางานของคนต่างด้าว ซึ่งครบวาระการจ้างงาน และการอนุญาตให้พำานักในเขตพื้นที่
ชายแดนที่ได้รับอนุญาตสิ้นสุด
219
จาก ‘ครม.’ เห็นชอบให้แรงงานต่างด้าวอยู่-ท�างานในไทยถึง 31 มี.ค. 65 ป้องกันโควิดระลอก 2, โดย มติชนออนไลน์,
2563. สืบค้นจาก https://www.matichon.co.th/local/news_2294206
220
จาก ประสานทุกทิศช่วยแรงงานเมียนมาท้อง 4 เดือน ตกงานจากโควิดอยากกลับบ้าน, โดย voice online, 2563.
สืบค้นจาก https://voicetv.co.th/read/fNfhC6NCh
221
จาก โควิด-19 : แรงงานข้ามชาติถูกกฎหมายกับความยากล�าบากในการเข้าถึงสวัสดิการรัฐ, โดย BBC NEWS ไทย,
2563. สืบค้นจาก https://www.bbc.com/thai/52407804
222
จาก ลูกจ้างชาวพม่าบุกร้องศูนย์ด�ารงธรรมไม่ได้รับค่าจ้าง, โดย ผู้จัดการออนไลน์, 2563. สืบค้นจาก https://
mgronline.com/south/detail/9630000079833
223
จาก โควิด-19 : แรงงานข้ามชาติถูกกฎหมายกับความยากล�าบากในการเข้าถึงสวัสดิการรัฐ, งานเดิม.
118 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

