Page 115 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 115
ในด้านอื่น ๆ ซึ่งต่อมาทราบจากลูกจ้างบางรายว่า ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย หรือบางรายบริษัทได้รับกลับเข้าทำางานแล้ว
อย่างไรก็ตาม เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการเลิกจ้างหญิงตั้งครรภ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต กสม.
197
จึงได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้ตรวจสอบตามหน้าที่และอำานาจต่อไป
ลูกจ้างรับเหมาค่าแรง
ในปี 2563 กสม. ได้ออกรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับลูกจ้างรับเหมา การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
ค่าแรงของบริษัทแห่งหนึ่ง มีลักษณะการทำางานเช่นเดียวกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงและเป็นงานหลักในกระบวนการ
ผลิตหรือธุรกิจ แต่ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงกลับมิได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเดียวกัน
กับลูกจ้างของบริษัท โดยเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1 วรรคสอง ยังคง
มีปัญหาในการตีความและบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากไม่ระบุถึงลักษณะความผูกพันทางสัญญาระหว่างผู้ประกอบกิจการ
ผู้รับเหมาค่าแรง และลูกจ้างรับเหมาค่าแรงให้ชัดเจน และไม่มีการกำาหนดถึงขอบเขตหรือมูลเหตุแห่งความจำาเป็น
ในการจ้างเหมาค่าแรง ทำาให้ผู้ประกอบกิจการนำาการจ้างเหมาค่าแรงมาบิดเบือนและนำาไปใช้กับการจ้างแรงงานระยะยาว
หรือมีลักษณะเป็นการประจำา เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดที่ผู้ประกอบกิจการมีต่อลูกจ้างรับเหมาค่าแรง รวมทั้ง
ความไม่ชัดเจนของบทบัญญัติที่ว่า “การทำางานที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบ
ของผู้ประกอบกิจการ” และ “สิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ” จึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาล บทที่ 4
พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติมาตรา 11/1 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ให้มีความชัดเจน
ทั้งในเรื่องลักษณะความสัมพันธ์ของการจ้างแรงงานในรูปแบบการจ้างเหมาค่าแรง ขอบเขตและมูลเหตุจำาเป็นในการ
จ้างเหมาค่าแรง และหลักเกณฑ์ในทางปฏิบัติ รวมทั้งควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของบทกำาหนดโทษตามมาตรา 144/1
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ให้ได้สัดส่วนกับความเสียหายจากการที่ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงไม่ได้
198
รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการตามสิทธิที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมาย
ในส่วนการดำาเนินการของรัฐบาล ในช่วงเดือนมีนาคมมีการออกมาตรการช่วยผู้ประกันตน อาทิ
การลดอัตราเงินสมทบที่นายจ้างและผู้ประกันตนต้องจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม การขยายระยะเวลานำาส่งเงินสมทบ
การเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยและเพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีว่างงาน เป็นต้น รวมทั้ง
ออกมาตรการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจภายใต้พระราชกำาหนดให้อำานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟู
เศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 วงเงิน 400,000 ล้านบาท
ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2563 เป็นโครงการระยะสั้น (3-12 เดือน) จำานวน 11 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะสร้างงานได้
86,103 ตำาแหน่ง นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานมีนโยบายจัดตั้งศูนย์อำานวยการแรงงานแห่งชาติเพื่อเป็นศูนย์ขับเคลื่อน
199
ด้านแรงงานทุกมิติ และกรมการจัดหางานเตรียมจัดหาตำาแหน่งงานว่างพร้อมร่วมมือกับหน่วยที่เกี่ยวข้องอบรม
ยกระดับฝีมือแรงงานเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ในส่วนของการช่วยเหลือผู้ที่สำาเร็จการศึกษาใหม่
197
คำาร้องที่ 35/2563 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.
198
จาก รายงานผลการตรวจสอบละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ 174/2563 ลงวันที่ 30 กันยายน 2563, โดย คณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.
199
จาก 15 องค์กรลูกจ้างเข้าพบ ‘จับกัง 1’หารือแนวทางแก้ปัญหาสถานการณ์แรงงานในปัจจุบัน, โดย บ้านเมือง, 2563.
สืบค้นจาก https://www.banmuang.co.th/news/bangkok/203121
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 113

