Page 101 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 101

มีความเข้าใจและมีความพร้อม 161  ต่อมากระทรวงยุติธรรมได้มีการศึกษาและจัดเวทีรับฟังความเห็นในประเด็น
               เรื่องการยกเลิกโทษประหารชีวิตมาอย่างต่อเนื่อง และได้เสนอแนวทางดำาเนินการเปลี่ยนแปลงโทษประหารชีวิต

               ออกเป็น 3 ระยะต่อคณะรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกับแนวทางดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2559
               ประกอบด้วยระยะที่ 1 การปรับอัตราโทษความผิดบางประเภทจากที่มีโทษประหารชีวิตสถานเดียวเป็นอัตราโทษ
               สูงสุดประหารชีวิต เพื่อให้ผู้พิพากษาสามารถใช้ดุลพินิจที่จะลงโทษโดยไม่จำาเป็นต้องลงโทษประหารชีวิตสถานเดียว
               เท่านั้น ระยะที่ 2 การยกเลิกโทษประหารชีวิตในบางฐานความผิดโดยเฉพาะในความผิดที่ไม่เกี่ยวกับชีวิต หรือเป็น

               ความผิดที่ไม่ส่งผลถึงความตายของผู้อื่น และระยะที่ 3 การยกเลิกโทษประหารชีวิตในทุกฐานความผิด

                      ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ในปี 2563 สถิตินักโทษประหารชีวิตในกลุ่มของนักโทษเด็ดขาดเมื่อคดี
               ถึงที่สุดมีจำานวน 15 คน แยกเป็นคดียาเสพติดให้โทษ จำานวน 11 คน คดีความผิดทั่วไป จำานวน 4 คน (ข้อมูล ณ วันที่
               16  ธันวาคม 2563) 162   ทั้งนี้ การบังคับโทษประหารชีวิตเป็นการดำาเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
               มาตรา 245 ประกอบมาตรา 19 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์และ

               วิธีการประหารชีวิตนักโทษ พ.ศ. 2546 ซึ่งกำาหนดให้ดำาเนินการด้วยวิธีการฉีดยาหรือสารพิษให้ตาย โดยประเทศไทย
               มีการฉีดยาสารพิษนักโทษครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2561 163                                                    การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง


               การประเมินสถานการณ์


                      กติกา ICCPR มิได้ห้ามการลงโทษประหารชีวิต แต่ให้จำากัดการลงโทษดังกล่าวเฉพาะการกระทำาความผิด
               อาญาที่เป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่สุดดังที่กำาหนดในข้อ 6 (2) ในการพิจารณาการปฏิบัติตามกติกา ICCPR ของประเทศไทย
               เมื่อปี 2560 คณะกรรมการประจำากติกาฯ ได้ยำ้าข้อห่วงกังวลที่กฎหมายไทยยังมีบทลงโทษประหารชีวิตในความผิด

               เกี่ยวกับการทุจริต การติดสินบน และยาเสพติด ซึ่งไม่เข้าข่ายเป็นการกระทำาความผิดอาญาที่เป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่สุด
               และมีข้อเสนอแนะให้ประเทศไทยดำาเนินการที่จำาเป็นเพื่อจำากัดการใช้โทษประหารชีวิตตามข้อ 6 (2) ของกติกาฯ    บทที่ 3
               รวมทั้งเสนอให้ประเทศไทยพิจารณายกเลิกโทษประหารชีวิตในระยะต่อไปด้วย

                      พัฒนาการหรือความก้าวหน้า  แม้ว่าสังคมไทยจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการยกเลิก
               โทษประหารชีวิต แต่ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาพบว่าประเทศไทยมิได้มีการบังคับโทษประหารชีวิต ตั้งแต่ปี 2561 นอกจากนี้
               หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการหารือเพื่อขับเคลื่อนแนวทางการเปลี่ยนแปลงโทษประหารชีวิต ตามมติคณะรัฐมนตรี

               เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2559 นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำาการศึกษาวิจัยดำาเนินการ
               สัมมนาทางวิชาการเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษประหารชีวิต รวมถึงศึกษาความพร้อมของประเทศไทย
               ต่อการเข้าเป็นภาคีพิธีสารเลือกรับของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International

               on Civil and Political Rights: ICCPR) ฉบับที่ 2 ซึ่งมุ่งยกเลิกโทษประหารชีวิต










                       161
                          แหล่งเดิม.
                       162
                          จาก รายงานสถิตินักโทษประหารชีวิตกรมราชทัณฑ์, โดย กรมราชทัณฑ์, 2563. สืบค้นจาก http://www.correct.
               go.th/executed/index.php?page=1
                       163
                          จาก ไขข้อข้องใจ โทษประหารยังมีอยู่ หรือหายไป ย้อนคดีประหาร ฉีดยาพิษนักโทษ ล่าสุด, โดย ไทยรัฐออนไลน์,
               2563. สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1744660


                                                                                          รายงานผลการประเมินสถานการณ์
                                                                                     ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563  99
   96   97   98   99   100   101   102   103   104   105   106