Page 100 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 100

ของตนต่อไปได้ นอกจากนี้ ผู้ที่ไม่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการ 3 ฝ่ายว่าเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์
            ความไม่สงบ หากเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนในการดำารงชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจพิจารณาให้ความช่วยเหลือ

            ตามความเหมาะสมต่อไป




            3.4   โทษประหารชีวิต


                    ภาพรวม


                    รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 4 และมาตรา 28 ได้ให้การรับรอง
            คุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ ตลอดจนรับรองสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคล
            โดยพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคีก็ได้รับรองหลักการดังกล่าวไว้ด้วยเช่นกัน

            โดยข้อ 6 (1) ของกติกา ICCPR รับรองว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิที่จะมีชีวิตมาแต่กำาเนิด สิทธินี้ต้องได้รับการคุ้มครอง
            โดยกฎหมาย และข้อ 6 (2) กำาหนดให้ประเทศที่ยังมิได้ยกเลิกโทษประหารชีวิต อาจลงโทษประหารชีวิตได้เฉพาะ
            การกระทำาความผิดอาญาที่เป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่สุด (most serious crimes) ตามกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะ
            กระทำาความผิด ข้อย่อยที่ 4 ระบุว่าบุคคลใดต้องคำาพิพากษาประหารชีวิต ย่อมมีสิทธิขออภัยโทษหรือลดหย่อน

            ผ่อนโทษตามคำาพิพากษา อย่างไรก็ดี แม้กติกาฯ ไม่ได้ให้คำานิยามที่ชัดเจนของคำาว่า คดีอุกฉกรรจ์ที่สุด แต่ได้มี
            แนวทางการตีความโดยผู้เสนอรายงานพิเศษของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติด้านการสังหารนอก
            กระบวนการยุติธรรม (special rapporteur on extrajudicial, summary or arbitrary executions) ที่เห็นว่า
            คดีอุกฉกรรจ์ที่สุด หมายถึง การทำาให้บุคคลอื่นเสียชีวิตโดยเจตนา โดยนักวิชาการหลายท่านมีความเห็นว่าการกระทำา

            ความผิดที่มีลักษณะทางเศรษฐกิจหรือการเมือง การกระทำาความผิดที่ไม่มีการใช้ความรุนแรง และการกระทำาความผิดที่
            เกี่ยวกับยาเสพติดไม่ควรจัดว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่สุด นอกจากนี้ คณะกรรมการประจำากติกา ICCPR ได้มีการตีความว่า
            ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดไม่จัดเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่สุดด้วย ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติและกลไกด้านสิทธิมนุษยชน
            ระหว่างประเทศได้รณรงค์ให้มีการตีความฐานความผิดต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับ “คดีอุกฉกรรจ์ที่สุด” อย่างเคร่งครัด

                    แม้ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จะรับรองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ

            และความเสมอภาคของบุคคล และสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคลไว้ก็ตาม แต่การลงโทษประหาร
            ชีวิตในประเทศไทย ยังคงถูกบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญาในฐานความผิดที่หลากหลาย เช่น ความผิดเกี่ยวกับ
            ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ความผิดต่อตำาแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อตำาแหน่งหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม
            ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อเสรีภาพ เป็นต้น กฎหมายอาญากำาหนดโทษประหารชีวิตเป็นโทษ

            สูงสุดและให้ลงโทษนี้กับผู้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงหรือคดีอุกฉกรรจ์ ซึ่งมีการขอพระราชทานอภัยโทษในโอกาสต่าง ๆ ได้
            นอกจากประมวลกฎหมายอาญาแล้ว โทษประหารชีวิตยังถูกบัญญัติไว้ในกฎหมายอื่น เช่น พระราชบัญญัติยาเสพติด
            ให้โทษ พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 เป็นต้น 160

                    สืบเนื่องจากรายงานผลการพิจารณาเพื่อเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับโทษ
            ประหารชีวิตและหลักสิทธิมนุษยชนของ กสม. เมื่อปี 2558 ซึ่งเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ควรรณรงค์
            ให้ความรู้และความเข้าใจแก่สังคมไทยเกี่ยวกับโทษประหารชีวิต รวมทั้งแก้ไขกฎหมายยกเลิกโทษประหารเมื่อสังคม







                    160
                       จาก รายงานผลการพิจารณา ที่ 129/2558 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2558 โดย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.


        98    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
              National Human Rights Commission of Thailand
   95   96   97   98   99   100   101   102   103   104   105