Page 97 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 97
การตรวจเก็บ DNA ในปี 2563 ยังคงมีรายงานจากภาคประชาสังคมว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงจัดเก็บ DNA
จากประชาชนในพื้นที่โดยไม่ได้แจ้งเหตุผลในการนำาไปใช้ที่ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น กรณีการตรวจเก็บ DNA จากชาย
3 คน อายุ 18 ปี 21 ปี และ 26 ปี ในพื้นที่อำาเภอเทพา จังหวัดสงขลา ในขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมช่วงสถานการณ์
155
การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 นอกจากนี้ ยังพบว่าภาคประชาสังคมส่วนหนึ่งได้ยื่นหนังสือต่อ
คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องให้มีการยุติการตรวจเก็บ DNA
ในการเกณฑ์ทหารซึ่งเห็นว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ ข้อห่วงกังวลของ
ภาคประชาสังคมต่อการเก็บ DNA ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับประเด็นการไม่ได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอว่า DNA ที่เก็บไปนั้น
จะถูกนำาไปใช้ประโยชน์ด้านใด จัดเก็บที่ไหน ผู้ใดสามารถเข้าถึงได้ และการมีกำาหนดเวลาในการทำาลายหรือไม่
การลงทะเบียนซิมการ์ดโดยวิธีการตรวจสอบใบหน้า (face recognition) หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่
ได้กำาหนดให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงินลงทะเบียนซิมการ์ดโดยวิธีการ
ตรวจสอบใบหน้าเพื่อยืนยันอัตลักษณ์ของตนภายในวันที่ 30 เมษายน 2563 เพื่อป้องกันการก่อเหตุและตรวจสอบ
การจุดระเบิดก่อความไม่สงบด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งหากผู้ใดไม่ดำาเนินการจะไม่สามารถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่
หมายเลขนั้นได้ โดยข้อมูลจากสำานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
แห่งชาติ (กสทช.) ระบุว่า หลังจากวันที่ 30 เมษายน 2563 มีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายงานการนำาซิมการ์ด
มาลงทะเบียนด้วยวิธีการตรวจสอบใบหน้าเพื่อยืนยันอัตลักษณ์ จำานวน 894,757 เลขหมาย จากจำานวน
เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนด้วยวิธีการตรวจสอบใบหน้าเพื่อยืนยัน
156
อัตลักษณ์ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2562 ประมาณ 1.2 ล้านเลขหมาย ทั้งนี้ พบว่าช่วงที่ได้มีการระงับสัญญาณ
หมายเลขโทรศัพท์กลุ่มที่ไม่ได้ดำาเนินการลงทะเบียนด้วยวิธีดังกล่าวอยู่ในช่วงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
เชื้อไวรัสโควิด 19 ภาคประชาสังคมกลุ่มเครือข่ายสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้จึงได้มีการออกแถลงการณ์
ร่วมกันเรียกร้องขอให้ยุติการตัดสัญญาณโทรศัพท์กรณีผู้ใช้โทรศัพท์ไม่ไปถ่ายรูปแสดงตนในช่วงสถานการณ์โรค
โควิด 19 โดยทันที เนื่องจากประชาชนจำาเป็นต้องเข้าถึงสื่อออนไลน์และการติดต่อสื่อสารในภาวะที่มีการปิดเมือง บทที่ 3
ปิดตำาบล ปิดหมู่บ้าน รวมทั้งการประสานขอความช่วยเหลือด้านการศึกษาและการสาธารณสุข 157
สถานการณ์ด้านสุขภาพจิต ข้อมูลจากศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 รายงานว่า สถานการณ์ความไม่สงบฯ ที่เกิดขึ้น
ส่งผลกระทบด้านร่างกาย สังคม และจิตใจของผู้ที่เผชิญต่อสถานการณ์โดยตรงและขยายวงกว้างไปสู่ครอบครัว และชุมชน
โดยผลกระทบด้านจิตใจพบว่า มีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล เครียด โกรธแค้นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่เชื่อมั่นในกระบวนการ
ยุติธรรม โดยความเครียดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นอาการต่าง ๆ เช่น ช็อก เงียบเฉย ขาดการตอบสนอง สับสน
เฉยชา ไม่แจ่มใสร่าเริง ตกใจและหวาดกลัว กลัวสถานที่หรือเหตุการณ์ เป็นต้น อาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้ร้อยละ 15-40
ของผู้ประสบภัย ถ้าเกิดขึ้นใน 4 สัปดาห์แรกหลังเหตุการณ์ เรียกว่า โรคเครียดเฉียบพลัน (Acute Stress Disorder: ASD)
อาการเหล่านี้มักหายได้เอง หากหลัง 4 สัปดาห์ แล้วยังมีอาการเหล่านี้อยู่ จะได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคเครียดเฉียบพลัน
155
จาก แถลงการณ์ ขอให้ยุติการเก็บ DNA ประชาชนในช่วงวิกฤตโควิด 19 โดยเด็ดขาด เสี่ยงการแพร่กระจายโรคไวรัส
โควิด 19 และฝ่าฝืนมาตรการด้านสาธารณสุข, โดย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, 2563. สืบค้นจาก https://crcfthailand.org/2020/04/07/
แถลงการณ์-ขอให้ยุติการเ/
156
จาก หนังสือส�านักงาน กสทช. ที่ สทช 2408/35086 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 เรื่อง ข้อมูลเพื่อประกอบการ
จัดท�ารายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563.
157
จาก 5 องค์กรสิทธิ์ใต้ร่อนแถลงการณ์ยุติตัดสัญญาณมือถือชี้กระทบปชช.ช่วงโควิด-ละเมิดความเป็นส่วนตัว,
โดย ไทยโพสต์, 2563. สืบค้นจาก https://www.thaipost.net/main/detail/66158
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 95

