Page 90 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
P. 90

89



               ผลสำาเร็จ/                2) สำานักงานศาลยุติธรรม แจ้งว่า ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 21    บทที่
               ความก้าวหน้า           การใช้เครื่องพันธนาการกับผู้ต้องขังมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมไม่ให้ผู้ต้องขังที่มี   1

               ในการคุ้มครอง          พฤติกรรมส่อว่าเป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตไม่สมประกอบ ซึ่งอาจทำาอันตรายต่อชีวิต
               สิทธิมนุษยชน           ร่างกายของตนเองหรือผู้อื่น หรือมีพฤติกรรม น่าจะหลบหนีการควบคุมอันจำาเป็นต่อการ  บทที่
                                                                                                                   2
                                      ใช้เครื่องพันธนาการ จึงเห็นว่าการใช้เครื่องพันธนาการยังไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
                                      และตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย          บทที่
                                      พ.ศ. 2550 ข้อ 7 (4) (5) และข้อ 8 (ข) ได้กำาหนดมาตรการเกี่ยวกับอาคารสถานที่   3

                                      เพื่อความเหมาะสมในการรักษาความปลอดภัย โดยได้กำาหนดช่องทางเข้าออก            บทที่
                                      อย่างเป็นระบบ สำาหรับรถราชทัณฑ์ที่มีหน้าที่รับส่งผู้ต้องคุมขังให้แยกช่องทางเข้าออก   4
                                      และที่จอดรถพิเศษให้ใกล้กับห้องคุมขัง  และจัดให้มีรั้วเหล็กกั้นโดยรอบอาคาร

                                      ศาลยุติธรรม เพื่อป้องกันบุคคลมิให้เข้าใกล้อาคาร อีกทั้งได้กำาหนดช่องทางเดิน   บทที่
                                      ภายในอาคารศาลยุติธรรมอย่างเป็นสัดส่วนสำาหรับผู้พิพากษา ผู้ต้องหาหรือจำาเลย    5
                                      และผู้มาติดต่อไม่ให้ปะปนกัน สำาหรับกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ    ภาค
                                      เสนอให้จัดให้มีช่องทางเดินสำาหรับผู้ต้องขังเป็นการเฉพาะนั้น สำานักงานศาลยุติธรรม    ผนวก
                                      ได้ประสานไปยังศาลจังหวัดพลเกี่ยวกับช่องทางเดินระหว่างที่จอดรถไปยังห้องควบคุม

                                      ของศาลได้รับแจ้งว่า ปัจจุบันศาลจังหวัดพลมีการก่อสร้างอาคารที่ทำาการศาลหลังใหม่
                                      ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังอาคารที่ทำาการศาลเดิม ทำาให้รถราชทัณฑ์ที่นำาตัวผู้ต้องขัง
                                      มาศาลไม่สามารถจอดรถบริเวณใกล้ห้องควบคุมได้ จึงต้องเปลี่ยนจุดจอดรถเป็นบริเวณ

                                      ด้านข้างอาคารที่ทำาการศาล และให้ผู้ต้องขังเดินเข้าประตูด้านข้างอาคารที่ทำาการศาล
                                      ไปยังห้องควบคุมระยะทางประมาณ 50 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมรักษา
                                      ความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม หากอาคารที่ทำาการหลังใหม่แล้วเสร็จ จะมีการปรับปรุง
                                      ห้องควบคุมโดยแยกห้องควบคุมชายและหญิงออกจากกัน เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบ
                                      คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2550 และ

                                      การเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังจะกลับมาใช้จุดจอดรถเดิม ซึ่งอยู่ใกล้ห้องควบคุม โดยมีระยะทาง
                                      จากที่จอดรถไปยังห้องควบคุมประมาณ 10 - 20 เมตร อันเป็นการสะดวกแก่การเคลื่อนย้าย
                                      ผู้ต้องขัง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการ

                                      รักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2550 ข้อ 7 (4) (5) และข้อ 8 (ข)
                                         3) กระทรวงยุติธรรม แจ้งว่า กระทรวงยุติธรรม โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ให้ความสำาคัญ
                                      ต่อการปฏิบัติกับผู้ต้องขังโดยคำานึงถึงการป้องกันมิให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน
                                      ตามที่กฎหมายกำาหนด โดยกำาหนดให้กรมราชทัณฑ์มีหลักสูตรการอบรม เรื่อง การปฏิบัติ
                                      ต่อผู้ต้องขังตามหลักการสิทธิมนุษยชนให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์อยู่แล้ว และเพื่อป้องกัน

                                      ไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนแก่ผู้ต้องขัง  กรณีการใช้เครื่องพันธนาการ
                                      จึงได้กำาหนดแนวทางในการพิจารณา กรณีการใช้เครื่องพันธนาการแก่ผู้ต้องขัง
                                      อยู่ในหมวด 3 ข้อ 14-19 ของร่างกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติ

                                      ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ซึ่งกำาหนดไว้ว่าในกรณีที่ต้องนำาตัวผู้ต้องขังไปนอกเรือนจำา
                                      ถ้าจะใช้เครื่องพันธนาการให้ใช้กุญแจมือ เว้นแต่ผู้ต้องขังที่ศาลได้มีคำาพิพากษาถึงที่สุด
                                      ให้ลงโทษจำาคุกผู้ต้องขังนั้นตั้งแต่สิบปีขึ้นไป หรือเป็นผู้ต้องขังในคดีที่มีอัตราโทษจำาคุก
                                      อย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไปจะใช้ตรวน หรือกุญแจเท้า หรือชุดกุญแจมือและกุญแจเท้าก็ได้
                                      และห้ามใช้เครื่องพันธนาการกับผู้ต้องขังซึ่งมีอายุตำ่ากว่า 18 ปี ผู้ต้องขังซึ่งมีอายุเกิน
   85   86   87   88   89   90   91   92   93   94   95