Page 94 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
P. 94
93
กรณีที่ 14 สิทธิชุมชนและสิทธิพลเมือง กรณีกล่าวอ้างว่าโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน บทที่
1
เทพาส่งผลกระทบต่อประชาชน และแกนน�าผู้คัดค้านโครงการ ฯ ถูกข่มขู่คุกคาม
บทที่
ประเด็นการร้องเรียน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบ กรณี 2
กล่าวอ้างว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยดำาเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา
ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำาบลปากบาง อำาเภอเทพา จังหวัดสงขลา ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในการ บทที่
ผลิตกระแสไฟฟ้า และโครงการท่าเทียบเรือสำาหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินจะต้องสร้างสะพาน 3
ยื่นไปในทะเลยาว 3 กิโลเมตร ผู้ร้องเห็นว่าโครงการดังกล่าวจะส่งผลกระทบ บทที่
อย่างรุนแรงทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ สุขภาพ วัฒนธรรมและชุมชน รวมทั้ง 4
วิถีการทำาประมงพื้นบ้าน และขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งมีการใช้อิทธิพล
ข่มขู่ประชาชนผู้เป็นแกนนำาคัดค้านโครงการ บทที่
5
การดำาเนินการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีการจัดทำารายงาน ภาค
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environment Health Impact Assessment : ผนวก
EHIA) ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และโครงการท่าเทียบเรือสำาหรับโรงไฟฟ้า
ถ่านหินเทพาของผู้ถูกร้อง แม้จะมีการกระทำาที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นไปตาม
เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการพิจารณาที่ไม่รอบด้านและไม่ทั่วถึงก็ตาม
แต่ปรากฏว่ากลุ่มผู้ร้องร่วมกับเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพา และ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้จัดทำาบันทึกข้อตกลงร่วมกัน โดยมีสาระสำาคัญ
ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยถอนรายงาน EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา
ออกจากกระบวนการพิจารณาในชั้นเสนอขอความเห็นจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม
แห่งชาติ รวมทั้งให้ผู้ร้องและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ จัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อศึกษา
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ จึงมีมติให้ยุติเรื่อง สำาหรับกรณีการข่มขู่คุกคาม
เห็นว่าเป็นเรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีในศาลหรือเรื่องที่มีคำาพิพากษา คำาสั่ง หรือ
คำาวินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดแล้ว จึงมีมติให้ยุติเรื่อง กรณีผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42
มีหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอความร่วมมือให้ทำาความเข้าใจ
กับบุคลากรที่เข้าร่วมกับกลุ่มคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา
แม้ว่าหนังสือขอความร่วมมือของผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ดังกล่าว อาจมี
ความไม่เหมาะสมต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ
แต่ยังไม่มีผลโดยตรงที่จะเป็นการจำากัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามที่
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 บัญญัติรับรองและคุ้มครองไว้ และมิได้เป็น
การยับยั้งการแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ จึงมีมติให้ยุติเรื่อง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการตรวจสอบพบการกระทำาที่อาจนำาไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงให้มีข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทาง
ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามนัยมาตรา 247
(3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 26
(3) ประกอบมาตรา 42 ดังนี้

