Page 87 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
P. 87

รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  86  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                                     ประจำ�ปีงบประมาณ�พ.ศ.�2562


            ผลสำาเร็จ/                1) สำานักงานตำารวจแห่งชาติ แจ้งว่า ได้ดำาเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ
            ความก้าวหน้า          สิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว โดยให้ผู้บัญชาการตำารวจนครบาลตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่

            ในการคุ้มครอง         ของพนักงานสอบสวนสถานีตำารวจนครบาลศาลาแดง ตามคดีอาญาที่ 187/2553
            สิทธิมนุษยชน          ว่ามีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ อย่างไร และได้แจ้งให้หน่วยงานในสังกัด
                                  กำาชับและกวดขันพนักงานสอบสวนให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
                                  โดยเน้นยำ้าการปฏิบัติหน้าที่ให้ถือปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด และแจ้งเวียน
                                  ให้เจ้าหน้าที่ตำารวจศึกษาคู่มือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำารวจ ซึ่งเผยแพร่ทาง

                                  www.nhrc.or.th ต่อมา สถานีตำารวจนครบาลศาลาแดง แจ้งว่า เดิมคดีอาญาที่ 187/2553
                                  พนักงานสอบสวน สถานีตำารวจนครบาลศาลาแดง ผู้รับผิดชอบ ได้ทำาการสอบสวนและ
                                  ทำาหนังสืออายัดตัวผู้ต้องหาไว้ต่อเรือนจำาพิเศษธนบุรี (บางบอน) และสถานีตำารวจนครบาล

                                  แสมดำาไว้แล้ว เนื่องจากผู้ต้องหาได้ถูกจับกุมและถูกคุมขังในคดีอื่น ต่อมาพนักงานสอบสวน
                                  ผู้รับผิดชอบ ได้ย้ายไปดำารงตำาแหน่งที่อื่นจึงได้มอบสำานวนการสอบสวนให้กับรองผู้กำากับ
                                  สืบสวนสถานีตำารวจนครบาลศาลาแดง ซึ่งเป็นหัวหน้างานสอบสวนรับไปเพื่อนำาไปมอบหมาย
                                  ให้กับพนักงานสอบสวนทำาการสอบสวนต่อไป โดยได้มีการสอบสวนคดีดังกล่าวจนแล้วเสร็จ
                                  เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554 มีความเห็นสั่งฟ้องโดยได้เสนอสำานวนการสอบสวนต่อ

                                  ผู้บังคับบัญชาตามลำาดับชั้นแล้ว แต่ในช่วงเดือนตุลาคม 2554 ได้เกิดอุทกภัยนำ้าท่วมภาคกลาง
                                  และกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสถานีตำารวจนครบาลศาลาแดง และที่ทำาการพนักงานอัยการ
                                  พิเศษธนบุรี 1 ทำาให้ส่งสำานวนการสอบสวนไม่ได้ และเก็บสำานวนการสอบสวนไว้ เมื่อนำ้าลด

                                  ทุกสถานที่ทำางานได้ตามปกติก็มีการส่งสำานวนที่ทำาการสอบสวนเสร็จไปยังพนักงานอัยการ
                                  แต่สำานวนคดีอาญาที่ 187/2557 ไม่ได้นำาส่งไปด้วย ต่อมาได้รับหนังสือจากสำานักงาน
                                  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อแจ้งรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน
                                  สถานีตำารวจนครบาลศาลาแดงจึงได้มีคำาสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงปรากฏ
                                  ผลการสอบสวนว่า เป็นความบกพร่องจึงได้พิจารณาโทษตามพระราชบัญญัติตำารวจแห่งชาติ

                                  พ.ศ. 2547 หมวด 5 มาตรา 82 หากแต่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบได้ย้ายไปดำารงตำาแหน่ง
                                  สังกัดกองบังคับการตำารวจป้องกันและปราบปรามการกระทำาผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ
                                  และสิ่งแวดล้อม กองบัญชาการสอบสวนกลาง ดังนั้น สถานีตำารวจนครบาลศาลาแดง

                                  จึงไม่มีอำานาจที่จะพิจารณาลงโทษได้ แต่ได้ส่งเรื่องทั้งหมดให้กองกำากับการ 6 กองบังคับการ
                                  ตำารวจป้องกันและปราบปรามการกระทำาผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
                                  กองบัญชาการสอบสวนกลางต้นสังกัด พิจารณาดำาเนินการต่อไป


                                      2) กรมราชทัณฑ์ แจ้งว่า สั่งการให้เรือนจำากลางเขาบินย้าย น.ช. ผู้ร้อง ไปคุมขังยังเรือนจำากลาง

                                  สมุทรปราการเพื่อดำาเนินคดีของสถานีตำารวจภูธรสาขลา จังหวัดสมุทรปราการ แต่เนื่องจาก
                                  น.ช. ผู้ร้องเป็นผู้ต้องขัง ที่มีพฤติการณ์ต้องควบคุมดูแลเป็นพิเศษ เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
                                  และโทรศัพท์มือถือ ต้องกำาหนดวันเวลาในการดำาเนินคดีที่ชัดเจนก่อนการย้ายผู้ต้องขัง

                                  ไปดำาเนินคดี เพื่อป้องกันปัญหาผู้ต้องขังที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและโทรศัพท์
                                  มือถือย้ายไปดำาเนินคดีที่เรือนจำาอื่นเป็นระยะเวลานานอาจมีการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ
                                  ยาเสพติดและสร้างเครือข่ายได้ จึงได้ให้เรือนจำากลางเขาบินประสานงานไปยังสถานีตำารวจ
                                  ภูธรสาขลา จังหวัดสมุทรปราการให้กำาหนดวัน เวลาในการดำาเนินคดีกับผู้ต้องขังให้ชัดเจนก่อน
                                  แล้วจึงดำาเนินการย้าย น.ช. ผู้ร้อง ไปคุมขังยังเรือนจำากลางสมุทรปราการ
   82   83   84   85   86   87   88   89   90   91   92