Page 86 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
P. 86
85
การดำาเนินการ ภูธรสาขลากระทำาการอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก บทที่
ยังมีปัญหาในการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำาตัวผู้ร้องไปดำาเนินคดี 1
จึงให้มีหนังสือแจ้งสำานักงานตำารวจแห่งชาติ และกรมราชทัณฑ์พิจารณากำาชับ
พนักงานสอบสวน สถานีตำารวจภูธรสาขลา และเรือนจำากลางเขาบินให้ประสานงานกัน บทที่
2
เพื่อนำาตัวผู้ร้องส่งพนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการดำาเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำาหรับกรณีการดำาเนินคดีตามคดีอาญา ที่ 187/2553 ของสถานีตำารวจนครบาลศาลาแดง บทที่
เห็นว่า พนักงานสอบสวน สถานีตำารวจนครบาลศาลาแดงได้รับคำาร้องทุกข์ไว้ เมื่อวันที่ 3
5 กรกฎาคม 2553 และสอบปากคำาและอายัดตัวผู้ร้องแล้ว ปัจจุบันคดีอยู่ในขั้นตอน บทที่
การดำาเนินการของพนักงานสอบสวน สถานีตำารวจนครบาลศาลาแดงโดยยังไม่ส่งสำานวน 4
ให้พนักงานอัยการ สำานักงานคดีอาญาธนบุรีแต่อย่างใด โดยสถานีตำารวจนครบาล
ศาลาแดงชี้แจงว่า “ได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า สำานวนการสอบสวนนั้นได้หายไป บทที่
ไม่สามารถหาสำานวนการสอบสวนมาส่งพนักงานอัยการเพื่อฟ้องได้ ดังนั้น จึงขอถอน 5
การอายัดตัวผู้ร้อง ไม่ต้องการตัวเพื่อดำาเนินคดีตามกฎหมายอีกต่อไป” จึงเห็นว่า การกระทำา ภาค
ของพนักงานสอบสวน สถานีตำารวจนครบาลศาลาแดงกระทบต่อสิทธิในกระบวนการ ผนวก
ยุติธรรมทั้งต่อผู้เสียหายและต่อผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาในอันที่จะได้รับ
การพิสูจน์ความจริงในเรื่องที่มีการกล่าวหาดำาเนินคดี อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อความสงบ
เรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชนที่จะได้รับหลักประกันการคุ้มครองความปลอดภัย
จากการก่ออาชญากรรม การกระทำาของพนักงานสอบสวน สถานีตำารวจนครบาลศาลาแดง
จึงเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ร้อง จึงให้มีข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทาง
ที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน ต่อสำานักงานตำารวจแห่งชาติ
และสถานีตำารวจนครบาลศาลาแดงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
2560 มาตรา 247 (1) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 26 (1) ประกอบมาตรา 36 ดังนี้
ข้อเสนอแนะมาตรการ 1) สำานักงานตำารวจแห่งชาติ และสถานีตำารวจนครบาลศาลาแดงควรพิจารณา
หรือแนวทางที่เหมาะสม ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในคดีอาญา ที่ 187/2553 ตั้งแต่
ในการป้องกันหรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายคนแรกต่อเนื่องจนถึงคนปัจจุบัน เพื่อให้ทราบว่าความบกพร่อง
แก้ไขการละเมิด ในการปฏิบัติหน้าที่นั้นเกิดจากผู้ใดแล้วจึงพิจารณาดำาเนินการแก่ผู้นั้นตามกฎหมายและ
สิทธิมนุษยชน ระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
2) สำานักงานตำารวจแห่งชาติ ควรพิจารณากำาชับและกวดขันพนักงานสอบสวน
ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นยำ้าว่าในการปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ
ที่อาจมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ให้ถือปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน
อย่างเคร่งครัด
3) สำานักงานตำารวจแห่งชาติควรแจ้งเวียนให้เจ้าหน้าที่ตำารวจศึกษาคู่มือการปฏิบัติงาน
ของเจ้าหน้าที่ตำารวจตามหลักสิทธิมนุษยชนที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
จัดทำาและเผยแพร่ทาง www.nhrc.or.th ทั้งนี้ ให้ดำาเนินการภายในระยะเวลา 60 วัน
นับแต่วันที่ได้รับรายงานนี้

