Page 88 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
P. 88
87
กรณีที่ 11 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิเสรีภาพในร่างกาย กรณีกล่าวอ้างว่าการปฏิบัติ บทที่
โดยใช้เครื่องพันธนาการแก่ผู้ต้องขังในระหว่างการคุมตัวไปศาลเป็นการละเมิด 1
สิทธิมนุษยชน
บทที่
ประเด็นการร้องเรียน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รับเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบ กรณี 2
กล่าวอ้างว่า บุตรชายผู้ร้องกับพวกอีก 7 คน เป็นผู้ต้องขังในความควบคุมของเรือนจำา
อำาเภอพล อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลจังหวัดพล ในคดีความผิดฐานร่วมกัน บทที่
วางเพลิงเผาทรัพย์ ร่วมกันทำาให้เสียทรัพย์ อั้งยี่ ซ่องโจร และความผิดตามประมวล 3
กฎหมายอาญา มาตรา 112 จากเหตุเผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 ในอำาเภอชนบท บทที่
จังหวัดขอนแก่น บุตรชายผู้ร้องกับพวก ถูกจับกุมและนำาตัวมาฝากขังที่เรือนจำาอำาเภอพล 4
พนักงานสอบสวน ได้สรุปสำานวนพร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งแปด
เสนอพนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โดยพนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น ได้ยื่นฟ้องคดี บทที่
ต่อศาลจังหวัดพล ซึ่งนัดพร้อมเพื่อสอบคำาให้การและตรวจพยานหลักฐาน เมื่อวันที่ 5
2 ตุลาคม 2560 ในการคุมตัวบุตรชายผู้ร้องกับพวกอีก 7 คน ไปศาลจังหวัดขอนแก่น ภาค
ผู้ถูกร้องได้ใส่ตรวนแก่บุตรชายผู้ร้องกับพวก และไม่อนุญาตให้บุตรชายผู้ร้องกับพวก ผนวก
ผูกเชือกสำาหรับดึงโซ่ตรวนเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคแก่การเดิน รวมทั้งไม่อนุญาตให้ใส่ถุงเท้า
เพื่อป้องกันการเสียดสีระหว่างตรวนกับข้อเท้า ผู้ร้องเห็นว่าการกระทำาของผู้ถูกร้อง
เป็นการปฏิบัติที่โหดร้ายและละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ต้องขังในคดี
ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
การดำาเนินการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พิจารณาแล้วเห็นว่า ความเสียหายที่บุตรชาย
ผู้ร้องกับพวกได้รับเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาที่นำาตัวบุตรชายผู้ร้องกับพวกออกไปภายนอก
เรือนจำาเท่านั้น และเป็นผลมาจากพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ให้อำานาจ
ผู้ถูกร้องจำากัดสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องขังได้ การใช้ตรวนแม้จะก่อให้เกิดผลเสียหายบ้าง
แต่สิทธิและเสรีภาพของบุตรชายผู้ร้องกับพวกมิได้หายไปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น
การที่ผู้ถูกร้องใช้เครื่องพันธนาการประเภทตรวน แก่บุตรชายผู้ร้องกับพวกอีก 7 คน
ในระหว่างการคุมตัวออกไปภายนอกเรือนจำา จึงยังไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ของบุตรชายผู้ร้องกับพวก จึงมีมติให้ยุติเรื่อง อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องพันธนาการ
แก่ผู้ต้องขัง แม้จะมีกฎหมายราชทัณฑ์กำาหนดประเภทและเงื่อนไขการใช้เครื่องพันธนาการไว้
แต่กฎหมายดังกล่าวมีลักษณะเป็นการเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ดุลพินิจเลือกใช้
เครื่องพันธนาการโดยมิได้กำาหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและแน่นอนเป็นแนวทางกำากับการ
ใช้ดุลพินิจว่า เมื่อใดเป็นกรณีมีเหตุจำาเป็นหรือมีเหตุสมควรที่จะใช้เครื่องพันธนาการ
แก่ผู้ต้องขัง ซึ่งอาจก่อให้เกิดกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ดุลพินิจเกินขอบเขตและความจำาเป็น
ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย อันเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือกระทบ
ต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องขังเกินสมควรได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของบุคคล
จากการใช้อำานาจโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ และป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำานาจ
เกินขอบเขตและเงื่อนไขที่กฎหมายกำาหนด จึงให้มีข้อเสนอแนะมาตรการหรือ
แนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อกรมราชทัณฑ์
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 (1) และ
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

