Page 88 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 88
87 รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒
จัดการบุคลากร การบริหารจัดการวิชาการ การบริหารการเงิน พัสดุ ที่ดิน อาคารสถานที่และสินทรัพย์อื่น ๆ และ
การบริหารจัดการการเดินทางไปเรียนกรณีรวมโรงเรียน 179 ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากส�านักเลขาธิการสภาการศึกษาระบุว่า
แนวทางการยุบหรือควบรวมสถานศึกษาขนาดเล็กมีกลไกการด�าเนินการที่อาศัยการมีส่วนร่วมจากชุมชนและ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ รวมทั้งเมื่อมีการยุบหรือควบรวมสถานศึกษาใดแล้วจะมีมาตรการช่วยเหลือนักเรียน
ที่ได้รับผลกระทบจากการเดินทาง เช่น การจัดให้มีรถรับ - ส่งและการสนับสนุนค่าเดินทาง เป็นต้น ส�าหรับโรงเรียน
ขนาดเล็กที่มีลักษณะพิเศษ เช่น โรงเรียนในพื้นที่สูงห่างไกล โรงเรียนตามพื้นที่ชายแดน และโรงเรียนบนเกาะ เป็นต้น
แม้จ�านวนนักเรียนและครูที่มีน้อยจะส่งผลต่อความคุ้มค่าและประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา แต่หากพิจารณา
บริบทเชิงพื้นที่และสิทธิขั้นพื้นฐานด้านการศึกษาที่เด็กควรได้รับแล้ว การคงไว้ซึ่งสถานศึกษาลักษณะนี้ย่อมเป็น
สิ่งจ�าเป็น 180
ข้อมูลจากคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระบุว่า ณ เดือนธันวาคม 2561 มีโรงเรียน
ขนาดเล็กที่มีนักเรียนต�่ากว่า 120 คน จ�านวน 14,796 โรงเรียน มีนักเรียนต�่ากว่า 40 คน จ�านวน 2,845 โรงเรียน
โรงเรียนในพื้นที่สูง 1,190 โรงเรียน และโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่เกาะแก่งห่างไกล 123 โรงเรียน ทั้งนี้ มีโรงเรียนขนาดเล็ก
ที่มีนักเรียนต�่ากว่า 40 คน ขอปิดตัวด้วยความสมัครใจเพียง 83 โรงเรียนจากทั้งหมด 2,845 โรงเรียน 181
บทประเมินสถานการณ์และข้อเสนอแนะ
รัฐบาลมีความพยายามด�าเนินการเพื่อส่งเสริมสิทธิของบุคคลในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง
ตามที่ได้มีการรับรองไว้ทั้งในสนธิสัญญาระหว่างประเทศ รัฐธรรมนูญและกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้อง โดยในปี
2562 รัฐบาลได้ให้ความส�าคัญกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยโดยการตรากฎหมายเฉพาะและก�าหนดมาตรการและกลไก
ในการพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อประกันว่าเด็กวัยนี้จะได้รับการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวมและเหมาะสมกับวัย
การมุ่งให้ความช่วยเหลือแก่เด็กจากครอบครัวยากจนและเด็กกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ เพื่อให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือ
3
เพื่อป้องกันการออกจากโรงเรียนกลางคันหรือการด�าเนินงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา รวมถึง บทที่
ความพยายามพัฒนาคุณภาพการศึกษาผ่านการพัฒนาครูและการใช้เทคโนโลยีมาสนับสนุนการเรียนการสอน
โดยให้เอกชนมีส่วนร่วม ซึ่ง กสม. เห็นว่าเป็นมาตรการส�าคัญ แต่ในบางเรื่อง เช่น การพัฒนาเด็กปฐมวัย และการพัฒนา
คุณภาพการศึกษา ยังต้องมีการด�าเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เห็นผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ในการนี้
จึงมีข้อเสนอแนะ ดังนี้
1. รัฐบาลควรเร่งจัดท�าแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยเพื่อให้การด�าเนินการของหน่วยงานและ
ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นไปในทิศทางเดียวกันและส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกัน และควรมี
ระบบก�ากับดูแลการด�าเนินการให้ครอบคลุมเด็กทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง รวมทั้งควรพิจารณาจัดสรรทรัพยากรและ สิทธิด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
การประเมินสถานการณ์
บุคลากรที่เหมาะสมแก่หน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนี้เพื่อให้สามารถบรรลุภารกิจตามเป้าหมายที่ก�าหนด
179
จาก แนวทางการดำาเนินงานรวมโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อรองรับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง พ.ศ. 2554 -
2561, โดย ส�านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2562. สืบค้นจาก http://202.29.216.149/smallschool/data/
guidelines.pdf
180
จาก มติองค์กรครูค้าน ศธ. ยุบ ร.ร. เล็ก ‘สพฐ.’ คุยแผนควบรวม ๗ ส.ค. นี้, โดย มติชนออนไลน์, 2562. สืบค้นจาก
https://www.matichon.co.th/education/news_1610477
181
จาก กพฐ. ชงยุบรวม ๑.๘ หมื่น ร.ร. เล็ก แก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา, โดย มติชนออนไลน์, 2562. สืบค้นจาก
https://www.matichon.co.th/education/news_1606007

