Page 92 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 92
91 รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒
และการให้ความรู้ความเข้าใจกับพนักงานแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ การท�าการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
ของธนาคารและคู่ค้า และขั้นตอนที่สาม คือการจัดตั้งศูนย์การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ผู้บริหารของธนาคาร
ได้ยืนยันว่าจะด�าเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง 185
นอกจากการด�าเนินการของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 2 แห่งข้างต้น ในปี 2562 รัฐบาลได้มี
การพัฒนาแนวทางการก�ากับดูแลการด�าเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่ค�านึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนมากขึ้น โดยส�านักงาน
คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจได้ท�าการปรับปรุงหลักการและแนวทางการก�ากับดูแลกิจการที่ดีในรัฐวิสาหกิจ
ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และแนวปฏิบัติระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป และคณะรัฐมนตรี
ได้มีมติเห็นชอบหลักการและแนวทางที่ปรับปรุงใหม่เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 และให้รัฐวิสาหกิจ รวมถึงรัฐวิสาหกิจ
ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่ใช้บังคับกับรัฐวิสาหกิจเป็นการทั่วไป
น�าหลักการและแนวทางฯ ไปปฏิบัติและน�าไปใช้กับบริษัทย่อยของรัฐวิสาหกิจด้วย หลักการและแนวทางการก�ากับ
ดูแลกิจการที่ดีในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2562 ได้วางแนวปฏิบัติที่ค�านึงถึงการเคารพสิทธิมนุษยชน เช่น ในหมวด 4
เรื่องบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย ก�าหนดให้ต้องมีการก�าหนดนโยบายต่อผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม ทั้งผู้มีส่วนได้เสีย
ภายใน (พนักงาน และลูกจ้าง) และภายนอก (ลูกค้า คู่ค้า ชุมชน และสิ่งแวดล้อม) การค�านึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย
ตามกฎหมายและไม่กระท�าการใด ๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ
ผู้มีส่วนได้เสีย และการเปิดเผยข้อมูลนโยบายการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียไว้ในรายงานประจ�าปี นอกจากนี้ ในหมวด 5
เรื่องความยั่งยืนและนวัตกรรม ก�าหนดให้รัฐวิสาหกิจพิจารณาจัดท�ารายงานความยั่งยืนโดยค�านึงถึงกรอบรายงาน
ที่ได้รับการยอมรับในประเทศหรือในระดับสากล
ต่อมา เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการพัฒนาการ
ก�ากับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาการก�ากับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ
เพื่อให้รัฐวิสาหกิจด�าเนินกิจการอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส สอดคล้องกับหลักการก�ากับดูแลกิจการที่ดี โดยมี บทที่
คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเป็นกลไกในการก�าหนดทิศทางการพัฒนาและการก�ากับดูแลรัฐวิสาหกิจในภาพรวม 3
3.4.3 การส่งเสริมการทำาธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนในภาคเอกชน
ส�านักงานคณะกรรมการก�ากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เห็นความส�าคัญของการ
ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีการประกอบธุรกิจที่ค�านึงถึงสิทธิมนุษยชนตามหลักการ UNGPs
จึงได้มีการลงนามในข้อตกลง (MOU) กับส�านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม
2562 เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างกันในการเผยแพร่ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนกับการประกอบธุรกิจให้บริษัท
จดทะเบียนและผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การก�ากับดูแลของ ก.ล.ต. โดยให้ความส�าคัญกับการน�าหลักการ UNGPs ไป สิทธิด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
ปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละธุรกิจเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ข้อตกลงดังกล่าวมีระยะเวลา การประเมินสถานการณ์
3 ปี (พ.ศ. 2562 - 2564) ทั้งนี้ ส�านักงาน กสม. ได้ร่วมกับ ก.ล.ต. จัดการอบรมหลักสูตร “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
ส�าหรับภาคธุรกิจในตลาดทุนไทย” เมื่อวันที่ 7 - 8 พฤศจิกายน 2562 เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจในตลาดทุน อาทิ
185
จาก SME Bank ประกาศกร้าว ยึดมั่น - เคารพ หลักสิทธิมนุษยชน, โดย จั่นเจา, 2562. สืบค้นจาก
http://www.canchaonews.com/news/4865/

