Page 89 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 89

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
            National Human Rights Commission of Thailand       88






                    2. รัฐบาลควรสนับสนุนการด�าเนินงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องในการช่วยเหลือ
              เด็กที่ออกจากโรงเรียนกลางคันเนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ เด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษา ให้สามารถเข้าถึงและได้รับการศึกษา
              ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายอันเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่

              ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญ รวมทั้งควรศึกษาวิเคราะห์สาเหตุปัจจัยที่ท�าให้เด็กที่ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษา เช่น
              เด็กที่ต้องออกจากการศึกษาเนื่องจากการสมรส หรือเพื่อไปประกอบอาชีพเนื่องจากมีข้อจ�ากัดทางด้านฐานะทางเศรษฐกิจ
              เป็นต้น เพื่อก�าหนดแนวทางแก้ไขปัญหาของเด็กกลุ่มดังกล่าวในระยะยาว

                    3. รัฐบาลควรเร่งพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในสถานศึกษาทุกสังกัดทั้งที่อยู่ในความดูแลของกระทรวง

              ศึกษาธิการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานหรือองค์กรอื่นใด รวมถึงการพัฒนาคุณภาพและทักษะของครู
              โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในกลุ่มวิชาหลัก รวมทั้งควรมีมาตรการด้านการบริหารหรือมาตรการอื่นใด
              เพื่อประกันว่าคุณภาพการเรียนการสอนในสถานศึกษาภาคบังคับในทุกสังกัดจะมีมาตรฐานใกล้เคียงกัน


                    3.4  ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน


                    ภาพรวม


                         จากสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยธุรกิจที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก สหประชาชาติ
                    จึงได้จัดท�าแนวทางการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในบริบทของการประกอบธุรกิจขึ้นเรียกว่า หลักการชี้แนะเรื่อง

                    สิทธิมนุษยชนส�าหรับธุรกิจ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) ขึ้น
                    เมื่อปี 2554 หลักการดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของพันธกรณีของรัฐตามกฎหมายระหว่างประเทศในการ
                    คุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่มีอยู่แล้ว ซึ่งรวมถึงพันธกรณีในการคุ้มครองบุคคลจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน

                    ไม่ว่าจะเกิดจากการกระท�าโดยหน่วยงาน/เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือโดยบุคคลอื่นซึ่งรวมถึงธุรกิจเอกชนด้วย ทั้งนี้
                    หลักการ UNGPs มีสาระส�าคัญแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ หน้าที่ของรัฐในการคุ้มครองสิทธิ ความรับผิดชอบของ
                    ธุรกิจในการเคารพสิทธิ และการเข้าถึงการเยียวยาของผู้ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากการประกอบ
                    ธุรกิจ (Protect, Respect and Remedy Framework)  แม้ว่า UNGPs จะไม่ได้มีผลผูกพันทางกฎหมาย

                    เช่นสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชน 182  แต่ในการจัดท�า UNGPs ได้มีกระบวนการปรึกษาหารือกับทุกภาคส่วน
                    ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ องค์กรภาคประชาสังคม และผู้ได้รับผลกระทบในหลายประเทศ จึงท�าให้ได้รับการยอมรับ

                    ในวงกว้าง และหลายประเทศทั่วโลกได้น�ามาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนประเด็นธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
                         รัฐบาลไทยมีนโยบายในการส่งเสริมการประกอบธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักการ UNGPs

                    และได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมจัดท�าแผนปฏิบัติการระดับชาติด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนเพื่อให้
                    หน่วยงานของรัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องน�าหลักการชี้แนะฯ ไปปฏิบัติให้เกิดผล ในรายงานผลการประเมิน

                    สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2561 กสม. ได้มีข้อเสนอแนะในเรื่องธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน









                    182
                         ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการหารือเกี่ยวกับการจัดท�าร่างสนธิสัญญาดังกล่าว จาก https://www.business
              humanrights.org/sites/default/files/documents/Zero%20Draft%20BHR%20Treaty%20-%20Summary_0.pdf
   84   85   86   87   88   89   90   91   92   93   94