Page 83 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 83
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand 82
ข้อมูลจากกรมอนามัยระบุว่า จากการส�ารวจเกี่ยวกับการพัฒนาของเด็กเล็กเมื่อปี 2557 พบว่า เด็กแรกเกิด - 2 ปี
มีพัฒนาการไม่สมวัยร้อยละ 22 ส่วนเด็กอายุ 3 - 5 ปี มีพัฒนาการไม่สมวัยสูงถึงร้อยละ 34 161 การพัฒนาเด็ก
ปฐมวัยจึงเป็นประเด็นที่ได้รับการก�าหนดไว้ในรัฐธรรมนูญดังกล่าวข้างต้น และเพื่อให้เกิดการด�าเนินการที่เป็นรูปธรรม
รัฐได้ตราพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป
เพื่อให้เด็กซึ่งมีอายุต�่ากว่า 6 ปีได้รับการคุ้มครองดูแล และได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา
การพัฒนาเด็กปฐมวัยตามกฎหมายดังกล่าวก�าหนดให้มีการดูแลเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และเมื่อคลอดแล้วเด็กจะต้องได้
รับการคุ้มครองให้อยู่รอดปลอดภัยและมีพัฒนาการที่ดีรอบด้าน รวมทั้งก�าหนดให้สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยจัดการเรียนรู้
ที่เหมาะสมเพื่อเตรียมความพร้อมแก่เด็ก และให้ผู้ดูแลเด็กปฐมวัยต้องได้รับความรู้และทักษะส�าหรับการพัฒนาเด็กด้วย
การด�าเนินการตามพระราชบัญญัตินี้เน้นการบูรณาการการท�างานร่วมกันของทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงาน
ของรัฐองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยมีส�านักงานเลขาธิการสภาการศึกษาในฐานะ
ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562
เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดท�าร่างแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย
พ.ศ. 2561 - 2564 ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ เช่น การพัฒนาบทบาทความเป็นพ่อเป็นแม่ การจัดระบบข้อมูลและ
ตัวชี้วัดการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง การวิจัยพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ เป็นต้น 162 ขณะนี้แผน
ดังกล่าวอยู่ระหว่างเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม มีผู้แสดงความกังวลว่าจ�านวนบุคลากร
ของส�านักมาตรฐานการศึกษาและการพัฒนาการเรียนรู้ ภายใต้ส�านักงานเลขาธิการสภาการศึกษาซึ่งรับผิดชอบการ
ด�าเนินการตามกฎหมายฉบับนี้และตามร่างแผนปฏิบัติการฯ อาจไม่เพียงพอและไม่ได้สัดส่วนกับปริมาณงาน และอาจ
ส่งผลให้การพัฒนาเด็กปฐมวัยไม่บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
3.3.2 การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 รับรองว่าบุคคลมีสิทธิและโอกาส
เสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
โดยข้อมูลสถิติประชากรในการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่ปรากฏในรายงานการศึกษาไทย พ.ศ. 2561
ของส�านักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2556 - 2560 163 มีดังนี้
- ในภาพรวม นักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในทุกระดับชั้นทั่วประเทศเมื่อเทียบกับประชากร
ในช่วงอายุระหว่าง 3 - 17 ปี ในแต่ละปีการศึกษามีสัดส่วนสูงใกล้เคียงกันและไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เช่น ปีการศึกษา
2556 มีร้อยละ 96.4 จากจ�านวนประชากร 12,607,577 คน ปีการศึกษา 2558 มีร้อยละ 95.2 จากจ�านวน
ประชากร 12,469,766 คน และปีการศึกษา 2560 มีร้อยละ 96.9 จากจ�านวนประชากร 12,130,226 คน เป็นต้น
161
จาก วิกฤตพัฒนาการเด็กปฐมวัยของไทย ตำ่ากว่ามาตรฐานถึง ๓๐% เร่งค้นหาเพื่อแก้ไขทันท่วงที, โดย Hfocus
เจาะลึกระบบสุขภาพ, 2562. สืบค้นจาก https://www.hfocus.org/content/2016/06/12324
162
จาก ร่างแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๔, โดย ส�านักงานเลขาธิการสภาการศึกษา,
2562. สืบค้นจาก http://www.mua.go.th/users/budget/doc/0503_4_w657_detail.pdf
163
จาก รายงานการศึกษาไทย พ.ศ. ๒๕๖๑, น. ๑๖๕, โดย ส�านักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2562. สืบค้นจาก
https://pmnk.kkzone1.go.th/data/news3/24-02-2019-17-34-35_1344028011.pdf
อนึ่ง รายงานการศึกษาไทย พ.ศ. 2561 ระบุแหล่งที่มาจาก ส�านักวิจัยและพัฒนาการศึกษา ส�านักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
โดยเป็นข้อมูลที่ปรับปรุงเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561

