Page 62 - รายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับย่อ) โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
P. 62
ตำรวจในท้องที่บ่อยครั้งเป็นเงินจำนวน 1,000-2,000 บาท/ครั้ง เนื่องจากไม่สามารถแสดงเอกสารหนังสือ
เดินทางให้กับเจ้าหน้าที่ได้
การบังคับแรงงานขัดหนี้ ถือเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการใช้แรงงานบังคับ (Forced Labour)
โดยปรากฎการเก็บค่าใช้จ่ายในการจัดหางานกับลูกจ้างในอัตราที่สูง โดยพบว่าแรงงานชาวเมียนมาต้องจ่าย
ให้กับบริษัทนายหน้ามากถึง 130-470 ยูโร (ประมาณ 4,700-20,000 บาท) ซึ่งรายงานของ ILO ที่เคยศึกษา
เรื่องนี้ในปีเดียวกันระบุว่าบริษัทหรือบริษัทนายหน้าไม่ควรเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนนี้จากแรงงานชาวเมียนมา
34
เกิน 105 ยูโร (ประมาณ 4,000 บาท) นอกจากนี้ ลูกจ้างที่ทำงานให้กับ CP Food สระบุรี (กลุ่มตัวอย่างชาว
กัมพูชา) ต้องมีหนี้ก่อนเริ่มทำงานกับบริษัทเริ่มต้นที่ 12,000 บาท โดยบริษัทจะหักลบกลบหนี้จากค่าจ้าง 3
เดือนแรกของแรงงานฯ (CP Foods ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าได้มีการแก้ไขปัญหาในส่วนนี้แล้ว โดยการจ้างงานของ
บริษัทจะไม่มีการให้ทำงานขัดหนี้ ทั้งนี้ แรงงานข้ามชาติได้รายงานว่าเพื่อที่จะได้มาทำงานที่ไทย ตนเอง
จะต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งให้กับนายหน้าในประเทศต้นทาง ทำให้ไม่สามารถมาเริ่มทำงานที่ไทยได้โดยไม่มีหนี้
ซึ่งภาระหนี้ส่วนนี้ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของ CP Foods) นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าต่ออายุ
ใบอนุญาตการทำงาน หนังสือเดินทาง ซึ่งบริษัทอาจจะจ่ายให้ก่อน แล้วหักจากเงินค่าจ้างของคนงาน
จากการสัมภาษณ์ในทุกโรงงานปรากฎพฤติกรรมการหักค่าจ้างที่ขัดต่อกฎหมาย โดยแม้ว่าใบ
แจ้งเงินเดือนจะระบุค่าจ้างที่ 300 บาทต่อวัน และ 56 บาทต่อชั่วโมงการล่วงเวลาทำงาน ตามกฎหมายไทย
แต่ลูกจ้างหลายรายระบุว่าไม่ได้รับค่าจ้างตามอัตราดังกล่าว และลูกจ้างจำนวนมากไม่เข้าใจว่าตนเองถูกลด
ค่าจ้างหรือไม่จ่ายตามที่ระบุในใบแจ้งเนื่องจากใบแจ้งค่าจ้างระบุเป็นภาษาไทย ซึ่งทำให้ลูกจ้างไม่เข้าใจ
รายละเอียดทั้งหมด นอกจากนี้ ยังปรากฎกรณีที่ลูกจ้างต้องทำงานในวันอาทิตย์ (ซึ่งเป็นวันหยุด) หรือทำงาน
35
ติดกัน 7 วันต่อสัปดาห์ โดยไม่ได้รับการจ่ายค่าล่วงเวลาเป็นสองเท่าตามที่กฎหมายกำหนดไว้
นอกจากนี้ จากการสัมภาษณ์พบว่ามีเพียงลูกจ้างบางรายเท่านั้นที่มีบัตรประกันสังคม
ในขณะที่ในใบแจ้งเงินเดือนของลูกจ้างมีการหักค่าประกันสังคมไปแล้วร้อยละ 5 ซึ่งทำให้แรงงานที่มีสิทธิ์จะไม่
สามารถไปรับบริการทางการแพทย์เมื่อเจ็บป่วยหรือไม่ได้รับเงินช่วยเหลือกรณีตั้งครรภ์ และลูกจ้างบางราย
ไม่ได้รับค่าจ้างหากลาป่วย 1-2 วันโดยไม่มีใบรับรองแพทย์ ทั้งที่ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานของไทย ลูกจ้าง
มีสิทธิ์ลาป่วยโดยไม่ถูกหักค่าจ้างและไม่ต้องแสดงใบรับรองแพทย์ ในกรณีที่ลาป่วยไม่เกิน 2 วันทำงาน
34 ILO (2015) Review of the effectiveness of the MOUs in managing labour migration between Thailand and
neighbouring countries.
35 พรบ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม. 62 โดยสรุปได้ว่า ถ้าทำงานในวันหยุดในเวลาทำงานปกติ นายจ้างต้องจ่ายค่าทำงาน
ในวันหยุด ให้แก่ลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าของค่าจ้าง ในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำงานในวันหยุด
สำหรับลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดต้องจ่ายไม่น้อยกว่า 2 เท่าของค่าจ้างในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำงานใน
วันหยุด
โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย:
กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก หน้าที่ 59 | 180

