Page 57 - รายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับย่อ) โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
P. 57
ระบบการผลิตไก่เนื้อในปัจจุบัน นอกเหนือจากการประหยัดต่อขนาดจากการกลายเป็น
ฟาร์มขนาดใหญ่ หากพิจารณาถึงระบบการผลิตโดยละเอียด จะพบอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมสัตว์
ปีกไทยประสบความสำเร็จนั้น คือ การยกระดับเทคโนโลยีการผลิต ซึ่ง 2 เทคโนโลยีที่มีบทบาทโดดเด่นใน
อุตสาหกรรมในช่วงที่ผ่านมา คือ 1. ระบบการพัฒนาพันธุ์ไก่ และ 2. ระบบการพัฒนาโรงเลี้ยง
โดยในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1990 หรือประมาณปี 2533 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมไก่เนื้อทั่ว
โลกประสบความสำเร็จในการเพิ่มผลผลิตต่อหน่วย กล่าวคือ มีการพัฒนาระบบการคัดเลือกสายพันธุ์
(Selective breeding) ไก่เนื้อ ที่ทำให้ไก่เนื้อในโรงเลี้ยงเป็นสายพันธุ์ที่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วเป็น
ทวีคูณเมื่อเทียบกับไก่เนื้อในรุ่นก่อนหน้า โดยจากการศึกษาของ Zuidhof et al. (2014) พบว่า ด้วยระบบการ
คัดเลือกสายพันธุ์ ทำให้ไก่เนื้ออายุ 56 วันในแต่ละรุ่นที่เลี้ยงมีน้ำหนักตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ ในปี 2518 (ค.ศ.
1975) ไก่เนื้ออายุ 56 วันจะมีน้ำหนักเฉลี่ยเพียงแค่ 0.9 ก.ก. ขณะที่ ในปี 2521 และ 2548 (ค.ศ. 1978 และ
2005) จะมีน้ำหนักเฉลี่ยมากถึง 1.8 และ 4.2 ก.ก.
ในประเทศไทย การศึกษาของ ประภากร ธาราฉาย (2560) จากคณะสัตวศาสตร์มหาลัยแม้
โจ้ พบว่าในปัจจุบันไก่เนื้อของไทยสามารถนำมาบริโภคได้ตั้งแต่อายุ 28-60 วัน ระยะเวลาในการเลี้ยงไก่เนื้อ
จะขึ้นอยู่กับขนาดของไก่ที่ตลาดต้องการซึ่งจะมีน้ำหนักตั้งแต่ 1.3-2.8 กิโลกรัม ระบบที่ใช้เลี้ยง คือ ระบบการ
เลี้ยงแบบเข้าออกพร้อมกันหมด (All in – all out) กล่าวคือ จะเลี้ยงไก่เป็นรุ่นๆ เมื่อขายจะขายพร้อมกันทั้ง
รุ่น โดยไก่ที่มีน้ำหนักน้อยมักจะขายทั้งตัว ส่วนไก่ที่มีน้ำหนักมากส่วนใหญ่จะนำไปขายเป็นไก่แยกชิ้นส่วนหรือ
แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น
อีกองค์ประกอบการเลี้ยงที่กำลังเติบโตในประเทศไทยคือ ระบบโรงเรือนแบบควบคุมความ
เย็นด้วยการระเหยน้ำ (Evaporative cooling system) หรือเรียกกันในอุตสาหกรรมว่าโรงเรือนแบบ EVAP
ซึ่งเป็นระบบการสร้างโรงเรือนแบบปิดที่ป้องกันการเข้าออกของนก แมลง และสัตว์ชนิดอื่นๆ มีการสร้างระบบ
การระบายความเย็นด้วยระบบอุโมงค์ลม ให้ลมจากภายนอกไหลผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า “รวงผึ้ง” และการ
ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ภายในโรงเรือนเพื่อควบคุมสภาพอากาศในโรงเรือนให้เหมาะสมกับสัตว์แต่ละชนิด
โรงเลี้ยงแบบนี้จะช่วยทำให้ไก่เจริญเติบโตได้ดีขึ้น ลดการใช้ยาในสัตว์เนื่องจากเป็นโรงเรือน
แบบปิด ประหยัดค่าไฟฟ้ามากกว่าระบบทำความเย็นอื่นๆ แต่ข้อดีที่สำคัญที่สุดคือการช่วยลดความเสี่ยงจาก
โรคระบาดที่มากับสัตว์ย้ายถิ่น เช่น นกน้ำที่บินอพยพตามฤดูกาล ซึ่งอาจจะนำโรค เช่น ไข้หวัดนกมาระบบใน
ฟาร์มได้ แต่มีต้นทุนในการสร้างที่สูง รวมถึงการต้องเฝ้าระวังระบบไฟต่างๆ ให้ทำงานตลอดเวลา เนื่องจาก
เป็นโรงเรือนที่อากาศไม่ได้ถ่ายเทโดยธรรมชาติ
โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย:
กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก หน้าที่ 54 | 180

