Page 55 - รายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับย่อ) โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
P. 55
รูปที่ 14 ภาพโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมไก่เนื้อ
ที่มา: Viroj NaRanong and Phunjasit Chokesomritpol (2017)
ห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำเริ่มจาก “ธุรกิจสัตว์ปีกขนาดใหญ่” ที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีในการผลิต
อาหารสัตว์ ยาสัตว์และพันธุ์สัตว์ จะเป็นทั้งผู้เลี้ยงเอง (ซึ่งมีผลผลิตประมาณร้อยละ 50 ของผลผลิตรวมของทั้ง
ประเทศ) และเป็นผู้จำหน่ายปัจจัยการผลิตส่วนใหญ่ให้กับ “ฟาร์มเกษตรกร” ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
“ฟาร์มของเกษตรกรพันธะสัญญา” (ประมาณร้อยละ 40 ของผลผลิตรวมในอุตสาหกรรม) (ดูรายละเอียด
เพิ่มเติมในหัวข้อระบบเกษตรกรพันธสัญญาในบทก่อนหน้านี้) และกลุ่ม “ฟาร์มอิสระ” ที่มีผลผลิตประมาณ
ร้อยละ 10 ของผลผลิตทั้งหมด โดยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของอุตสาหกรรมนี้ คือ การที่ฟาร์มบริษัทมีขนาด
ใหญ่ขึ้นมาก ในขณะที่ฟาร์มอิสระมีแนวโน้มที่จะลดลงเนื่องจากการผลิตในธุรกิจขนาดเล็กจะเสียเปรียบด้าน
ประสิทธิภาพและต้นทุน ทำให้ในปัจจุบันกลุ่ม “ฟาร์มภายใต้การกำกับของธุรกิจขนาดใหญ่” (ฟาร์มบริษัท
รวมกับฟาร์มเกษตรพันธะสัญญา) มีสัดส่วนการผลิตสูงถึงประมาณร้อยละ 90
ในขั้นกลางน้ำ คือโรงฆ่าสัตว์ที่กระจายตัวอยู่ทั้งประเทศ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ “โรงฆ่าสัตว์
ท้องถิ่น” ที่จะรับไก่จากฟาร์มอิสระ และ “โรงฆ่าสัตว์ของธุรกิจขนาดใหญ่” ซึ่งจะมีมาตรฐานการผลิตในด้าน
ต่างๆ ที่สูงกว่า ที่จะรับไก่จากฟาร์มภายใต้กำกับของธุรกิจขนาดใหญ่ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของ
โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย:
กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก หน้าที่ 52 | 180

