Page 39 - รายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับย่อ) โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
P. 39
อย่างไรก็ตาม การเจริญเติบโตข้างต้นก็ชะลอลงในปี 2534 (ค.ศ. 1991) เป็นต้นมา เมื่อ
ประเทศไทยเข้าสู่ยุคของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ อัตราค่าจ้างแรงงานปรับเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้
ในขณะนั้นไทยสูญเสียความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (Comparative advantage) ด้านค่าจ้างแรงงาน
ให้กับคู่แข่งทางการค้าที่สำคัญ คือ จีน และ เวียดนาม ในขณะนั้นอัตราการเติบโตของปริมาณส่งออกสัตว์
ปีกแช่แข็งและแปรรูปที่เคยสูงถึงเฉลี่ยปีละมากกว่าร้อยละ 20 ลดลงเหลือ ร้อยละ 18 และ ร้อยละ 8 ในปี
2534 (ค.ศ. 1991) และ 2535 (ค.ศ. 1992) ตามลำดับ จากนั้น ในปี 2536-2539 (ค.ศ. 1993-1996) อัตรา
ดังกล่าวติดลบทุกปี
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาถึงมูลค่าการส่งออกในช่วงเวลาดังกล่าวไม่ได้ชะลอตัวลงเท่ากับปริมาณการ
ส่งออก สาเหตุเนื่องจาก ในช่วงต้นยุค 90s อุตสาหกรรมสัตว์ปีกไทยรับมือกับสถานกาณ์การสูญเสียความ
ได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบด้วยการปรับเทคโนโลยีการผลิตหันมาส่งออกสัตว์ปีกแปรรูปมากขึ้น ซึ่งเป็นสินค้าที่มี
มูลค่าเพิ่ม (Value added) สูงกว่าการส่งออกสัตว์ปีกสด/แช่แข็งจึงทำให้มูลค่าส่งออกสัตว์ปีกของไทยในช่วง
นั้นมีอัตราเติบโตถึงเฉลี่ยต่อปีร้อยละ 3.5 แม้ปริมาณการส่งออกจะชะลอตัวเหลือเพียงเฉลี่ยต่อปีร้อยละ 0.2
รูปที่ 9 ปริมาณการส่งออกสัตว์ปีกของไทย (หน่วย: 1,000 ตัน)
ที่มา: คณะผู้วิจัยประมวลข้อมูลจาก Trademap (2018)
ต่อมาในปี 2540 (ค.ศ. 1997) ประเทศไทย (รวมถึงประเทศอื่นๆ ในเอเชียอีกหลาย
ประเทศ) เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่ (เรียกกันในชื่อ “วิกฤตต้มยำกุ้ง”) หลังจากรัฐบาลไทย
ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทจากเดิมที่กำหนด
คงที่ที่ 25 บาท/ดอลลาร์ สรอ. ก็อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง และทำสถิติอ่อนค่าสูงสุด 56 บาท/ดอลลาร์ ในเดือน
โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย:
กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก หน้าที่ 36 | 180

