Page 35 - รายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับย่อ) โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
P. 35
จากการสำรวจในงานศึกษาข้างต้น ผลผลิตไก่เนื้อจากฟาร์มในไทยร้อยละ 65-70 เป็น
ผลผลิตของ 9 บริษัทใหญ่ คือ เครือเจริญโภคภัณฑ์, เบทาโกร, เซนทาโกร, ศรีไทย, แหลมทอง, เฟริทฟาร์ม, พี.
เจริญภัณฑ์, กรุงไทย, และสหฟาร์ม ซึ่งร้อยละ 26-30 เป็นผลผลิตของ เครือเจริญโภคภัณฑ์และฟาร์มใน
สัญญาฯ
การควบรวมในแนวดิ่งข้างต้นส่งผลอย่างมากต่อการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตภายใน
อุตสาหกรรม ยกตัวอย่างในกรณีของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่จากเดิมที่ประสบปัญหาว่าอาหารสัตว์ของตนนั้นไม่
เป็นที่นิยมในตลาดนักเพราะสูตรอาหารเดิมที่ใช้ไม่เหมาะสมกับไก่พันธุ์ใหม่ที่นำเข้ามาในประเทศ ต่อมาเมื่อ
บริษัทถือครองทั้งธุรกิจอาหารสัตว์และธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่ขนาดใหญ่ การรวบรวมข้อมูลการเจริญเติบโตของไก่
และสูตรอาหารสัตว์ทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การพัฒนาสูตรอาหารที่ดียิ่งขึ้น และส่งผลดีต่อทั้งธุรกิจ
อาหารสัตว์และธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของตนในเวลาต่อมา
ผลจากการควบรวมฯ ข้างต้นส่งผลต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2558 จากการศึกษาของ
12
คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ม.ป.ป.) พบว่าผลผลิตไก่เนื้อมากกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณ
การผลิตทั้งประเทศอยู่ภายใต้การดำเนินการของบริษัทอาหารขนาดใหญ่เพียง 12 บริษัท คือ
1. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด 7. บริษัท แกรมเปี้ยน จำกัด
2. บริษัท สหฟาร์ม จำกัด 8. บริษัท ไทยแลนด์พาวทรีย์กรุ๊ป จำกัด
3. บริษัท เบทาโกรจำกัด 9. บริษัท ซันฟู้ดส์ จำกัด
4. บริษัท ซัลเวลเลย์ จำกัด 10. บริษัท ก้าวหน้าไก่สด จำกัด
5. บริษัท แหลมทอง จำกัด 11. บริษัท เซนทาโกร จำกัด
6. บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) 12. บริษัท ยู่สูงอุตสาหกรรม จำกัด
อีกหนึ่งผลพวกของการปรับเข้าสู่อุตสาหกรรม คือ การนำไปสู่การผลิตผ่านระบบเกษตร
พันธะสัญญา (Contract Farming) ซึ่งเป็นระบบที่เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2518 (ค.ศ. 1975) ที่อำเภอศรีราชา
จังหวัดชลบุรี โดย บริษัท กรุงเทพค้าสัตว์ จำกัด (ศรีราชา) (เครือเจริญโภคภัณฑ์) ซึ่งทำตามแบบแผนฟาร์ม
ของ อาร์เบอร์ เอเคอร์ส (Arbor Acres) ที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์จำค้ำประกันเงินกู้
ให้แก่เกษตรผู้เลี้ยงไก่เพื่อลงทุนระบบฟาร์มเลี้ยงไก่และมีสัญญาจ้างเลี้ยงกับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่โดยมีการ
กำหนดราคาค่าจ้างเอาไว้ ซึ่งระบบดังกล่าวประสบความสำเร็จและเป็นที่นิยมมากขึ้นในเวลาต่อมา จนมีการ
ขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ เช่น ฉะเชิงเทรา นครปฐม และอำเภออื่นๆ ของชลบุรี
ระบบเกษตรพันธะสัญญา (Contract Farming) แตกต่างจากระบบการทำสัญญาซื้อขายจาก
ฟาร์มอิสระเดิม ตรงที่ บริษัทต้นสัญญาจะเข้ามามีส่วนในการควบคุมการผลิตของฟาร์มในสัญญา โดยจะเข้ามา
ควบคุมมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับประเภทของสัญญาที่ตกลงกัน โดยในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกจะปรากฎรูปแบบ
ของสัญญาเป็น 3 ประเภท คือ สัญญารับจ้างเลี้ยง (Flat-fee contract) สัญญาประกันราคา (Price
12 แม้จะไม่ทราบข้อมูลปีที่พิมพ์ที่แน่ชัด แต่ข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์ในการศึกษาข้างต้น เป็นข้อมูลล่าสุดปี 2558 จึงน่าจะยังเป็น
ข้อมูลที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากนักในปัจจุบัน
โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย:
กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก หน้าที่ 32 | 180

