Page 41 - รายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับย่อ) โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
P. 41
ต่อมาในปี 2545 (ค.ศ. 2002) สหภาพยุโรป ตรวจพบยาปฏิชีวนะ คือไนโตรฟูราน
14
15
(nitrofurans) และสารไดออกซิน (Dioxins) ในเนื้อไก่ที่นำเข้าจากไทย ในเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ตัวเลข
การส่งออกไก่จากไทยไปสหภาพยุโรปลดลงอย่างมาก รัฐบาลไทยจัดการปัญหานี้ได้อย่างรวดเร็วในปีนั้น โดย
การสั่งการให้มีการตรวจสอบและควบคุมระบบการผลิตสัตว์ปีกในไทยอย่างใกล้ชิด รวมถึงการควบคุมการ
นำเข้ายาปฏิชีวนะต่างๆ อย่างเข้มงวด จนทำให้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง เมื่อสินค้าจากไทยที่ไปยังสหภาพ
ยุโรปผ่านการตรวจสอบสารเคมีตกค้างได้หลังจากนั้น นอกจากนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ผลิตสินค้าสัตว์ปีก
ในไทยจำนวนมากหันมาผลิตสินค้าที่รับรองว่าปลอดยาปฏิชีวนะ (Antibiotic-free) เพื่อออกขายในตลาด
ต่างประเทศ
วิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมสัตว์ปีก คือ การระบาดของโรคไข้หวัดนกในปี ค.ศ.
2004-2006 (พ.ศ. 2547-49) โดยในขณะนั้นมีการตรวจพบโรคไข้หวัดนกชนิด H5N1 ระบาดในไทยและ
ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ประเทศไทยมีรายงานพบผู้ป่วยไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงชนิด H5N1 จำนวน 25
ราย เสียชีวิต 17 ราย ระหว่างปี พ.ศ. 2547 ถึงปี พ.ศ. 2549 โดยพบว่ามีผู้ป่วยและเสียชีวิตมากที่สุดในปี พ.ศ.
2547 คือ ป่วย 17 ราย เสียชีวิต 12 ราย ในปี พ.ศ. 2548 ป่วย 5 ราย เสียชีวิต 2 ราย ปี พ.ศ. 2549 ป่วย 3
ราย เสียชีวิต 3 ราย จากเหตุการณ์ข้างต้นส่งผลเสียหายอย่างมากต่ออุตสาหกรรม โดยประเทศคู่ค้าทั่วโลกต่าง
ออกคำสั่งระงับการนำเข้าสัตว์ปีกสด/แช่แข็งจากไทย และมีการสั่งทำลายไก่ในพื้นที่ที่พบการระบาดของเชื้อไข่
หวัดนกจำนวนมาก เฉพาะในปี 2547 มีการสั่งทำลายสัตว์ปีกรวมมากกว่า 63 ล้านตัว
ในปี 2547 ที่มีการระบาดของไข้หวักนก รัฐบาลไทยเร่งแก้ไขสถานการณ์โดยการเร่งประกาศใช้
มาตรการควบคุมโรคต่างๆ ออกมามากมาย ภาพรวมนโยบายของกรมปศุสัตว์ในขณะนั้น คือ ต้องกำจัดโรคให้
รวดเร็วที่สุด โดยจะเร่งการตรวจสอบและหากพบจะต้องเร่งทำลายสัตว์ปีกที่ติดโรคทันที โดยมีมาตรการสำคัญ
คือ
1. มาตรการทำลายสัตว์และเชื้อโรค เมื่อพบโรคจะทำลายสัตว์ปีกในฟาร์มทั้งหมดในรัศมี 5
กิโลเมตรและฆ่าเชื้อ และจ่ายค่าชดเชยตามราคาตลาด (จากเดิมที่กฎหมายกำหนดให้ชดเชย
เพียงร้อยละ 75 ของราคาตลาด)
2. มาตรการสำรวจและเฝ้าระวังโรคระหว่างการระบาด สำรวจและเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มข้น
3. มาตรการควบคุมโรค ประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อการควบคุมโรค
4. มาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ ห้ามการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกทุกชนิดจากพื้นที่ (ในอาทิตย์
แรกที่มีการระบาดรอบแรกกำหนดรัศมี 60 กิโลเมตร ต่อมาได้มีการปรับเหลือเป็น 5 กิโลเมตร
เป็นระยะเวลา 21 วัน)
5. มาตรการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน
14 ยาปฏิชีวนะทีสังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อใช้ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ถูกสั่งห้ามใช้ในสินค้าโดย สหภาพยุโรปตั้งแต่ปี 1995
15 สารพิษที่มักจะปนเปื้อนในอาหารจากผลของมลภาวะ และการใช้สารเคมีในอาหารสัตว์
โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย:
กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก หน้าที่ 38 | 180

