Page 28 - รายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับย่อ) โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
P. 28

และด้วยความสำเร็จในการขยายกำลังการผลิต ทำให้เนื้อไก่ภายในประเทศไทยมีราคาถูกลง

               โดยเปรียบเทียบกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2534 ราคาต่อกิโลกรัมของเนื้อวัว เนื้อเป็ดและเนื้อ
               หมู เคยแพงกว่าเนื้อไก่ 1.6 1.4 และ 1.4 เท่า ตามลำดับ แต่ต่อมาในอีกเกือบ 30 ปีข้างหน้า ในปี 2560 ราคา

               ต่อกิโลกรัมของเนื้อวัว เนื้อเป็ดและเนื้อหมู กลับแพงกว่าเนื้อไก่ มากถึง 4.8 1.8 และ 2.1 เท่า ตามลำดับ ด้วย

               เหตุนี้ ไก่เนื้อ ถึงได้กลายมาเป็นแหล่งโปรตีนหลักที่สำคัญที่สุดของคนไทยคู่กับเนื้อหมูและไข่ไก่ ทั้งที่ก่อนหน้า
               นี้ในปี 2514 คนไทยมีระดับการบริโภคเนื้อไก่ต่อคนต่อปีต่ำกว่าระดับการบริโภคไข่ไก่และเนื้อวัวและควาย

               ค่อนข้างมาก


                              3) อุตสาหกรรมสัตว์ปีก: การปรับการผลิตสู่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่

                              จากหัวข้อก่อนหน้า ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของไทยมีการเติบโตในอัตราที่
               สูงมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน สาเหตุสำคัญที่ทำอุตสาหกรรมประสบความสำเร็จในการขยายตัว ประกอบด้วย

               กัน 3 ประการ คือ

                                 1.  มีการปรับรูปแบบไปสู่การเป็นฟาร์มขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้น

                                 2.  มีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต และ การลงทุนส่งเสริมโดยธุรกิจขนาดใหญ่
                                 3.  มีการปรับตัวเพื่อให้สินค้าของอุตสาหกรรมเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

                              โดยในขั้นต้น ผู้อ่านจะต้องเข้าใจว่าอุตสาหกรรมสัตว์ปีกตั้งแต่ต้นน้ำไปยังปลายน้ำ ประกอบ
               ไปด้วยการผลิตสินค้าที่หลายหลายเริ่ม ตั้งแต่ ฟาร์มพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ (Parent) โรงฟักไข่ (Hatchery) ฟาร์ม

               เลี้ยง โรงผลิตอาหารสัตว์ (Feed Mill) โรงเชือด (Slaughter) โรงปรุงสุก (Further) ห้องทดลอง (Lab)  และ

               หน่วยงานทดสอบความปลอดภัย (Health certificate unit) นอกจากนี้ยังรวมไปถึง หน่วยงานราชการและ
               ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการและการค้าต่างๆ

                              ทั้งนี้ เนื่องจากวัตถุประสงค์ของการวิจัยฉบับนี้ ต้องการที่จะนำเสนอแง่มุมเกี่ยวกับการ

               ยกระดับการคุ้มครองสิทธิแรงงานฯ ดังนั้น งานวิจัยจึงจะมุ่งเน้นที่จะอธิบายผลิตภัณฑ์ที่มาจากขั้นตอนการผลิต
               ที่ใช้แรงงานข้ามชาติเป็นหลัก โดยข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรม พบว่า หน่วยที่มี

               การใช้แรงงานข้ามชาติเป็นหลัก คือ ฟาร์มสัตว์ปีก และ โรงงานแปรรูป ที่จะผลิตสินค้าขั้นสุดท้าย คือ  เนื้อสัตว์

               ปีก ทั้งในรูปของเนื้อสัตว์ พร้อมปรุงและเนื้อสัตว์ปรุงสำเร็จรูป
                              โดยจากข้อมูลของกรมปศุสัตว์ พบว่าในปี 2560 ประเทศไทยมีปริมาณสัตว์ปีกรวม

                              11
               465,065,700 ตัว  และมีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกกระจายอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 3,089,678 ฟาร์ม (จำนวนสัตว์ปีก
               แต่ละชนิดในแต่ละจังหวัดจะแสดงในหัวข้อถัดไป) โดยในอุตสาหกรรมฯ มีสัตว์หลายหลายชนิด ทั้งนี้ สัตว์ปีก
               จำนวนร้อยละ 92.5 จะเป็นไก่ (ไก่พื้นเมือง ไก่เนื้อ ไก่พันธุ์ และไก่ไข่)






               11   นับเฉพาะสัตว์เลี้ยงเพื่อการพาณิชย์ของเกษตรกร ไม่รวมสัตว์ป่าหรือกลุ่มสัตว์ปีกที่ไม่มีเจ้าของ

               โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย:
               กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก                                        หน้าที่ 25 | 180
   23   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33